ผมยังคงฟังเพลงนี้อยู่ แม้นมันจะเป็นปี พ.ศ.2559 แล้วก็ตามที…

Stairway to heaven

แม้แต่เจ้าของเพลงเองก็ยังต้องกลั้นน้ำตา

ผมคิดว่าตอนที่ Jason มองขึ้นไปบนฟ้า มันเหมือนกับเค้าจะบอกกับพ่อว่า ทุกๆคนยังคิดถึงท่าน (John Bonham) อยู่เสมอ

สมกับที่เป็นเพลงชาติของชาว Rock จริงๆ

Google Drive..

ตามชื่อเลยครับ ผู้ใหบริการ IT พ่อทุกสถาบันตัวจริงเสียงจริง บางครั้งที่กูเกิ้ลดาวน์ลงไป การจราจรทางอินเตอร์เน็ตทั้งโลกนั้น ถึงกับหายไปเกือบๆ 40 % เลย ดังนั้นลองคิดดูว่าถ้าโลกนี้ไม่มีกูเกิ้ล ชีวิตออนไลน์จะเปลียนไปขนาดไหน
ตอนก่อนนี้ ผมเคยพูดถึงการฝากไฟล์ไว้บนกลุ่มเมฆแต่เป็นของค่ายไมโครซอฟท์มาแล้ว (ย้อนอ่านได้ที่นี่ครับ) วันนี้ก็เลยจะมาพูดถึงการบริการในรูปแบบเดียวกันแต่เป็นของกูเกิ้ลกันบ้าง หลักๆก็ไม่ต่างกันมากนักครับ คือมีพื้นที่ให้เราเอาไฟล์ขึ้นไปเก็บไว้ได้ เครื่องติดไวรัส เครื่องพัง ลืมการบ้านส่งอาจารย์ และอื่นๆ ขอแค่เรามีอินเตอร์เน็ตคอนเน็คชั่น เราก็สารถเข้าถึงไฟล์ของเราและดาวน์โหลดลงมาใช้งานได้ตลอดเวลา
สิ่งที่เราต้องมีเพื่อเข้าใช้งานกูเกิ้ลไดรฟ์ก็คือ อีเมลล์ gmail ครับ
เท่านี้เอง เราก็จะมีพื้นที่จัดเก็บไฟล์ของเราบนกลุ่มเมฆแล้วครับ
จากนั้นถ้าเราต้องการความสะดวกสบายในการเข้าถึงไฟล์เหล่านั้น ก็เพียงแค่ดาวน์โหลด Google Drive มาติดตั้งไว้ในคอมพ์เราได้เลยครับ
หน้าตาภายหลังการติดตั้งก็จะเป็นอย่างนี้ครับ

google_drive_1

ไปดาวน์โหลด Google Drive ได้เลยครับ

ช่วงนี้โปรแกรมไวรัสประเภทที่เรียกว่า Ransom ware ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง

การเก็บไฟล์ของเราไว้ในที่ๆปลอดภัยบนกลุ่มเมฆ นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีแล้วก็แลอดภัยด้วยครับ

 

 

psr คืออะไร แล้วเราจะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไร

เวลาคอมพิวเตอร์ของเรามีปัญหาหรือว่าไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ แล้วยูสเซอร์ก็จะโทรหาติดต่อกับทีมไอทีเพื่อขอความช่วยเหลือ สิ่งที่ผมพบก็คือ สื่อสารกันไม่ค่อยตรง โดยมากเราก็จะรีโมทกันเลย ก็จบไป แก้ไขได้ แก้ไขไม่ได้ยังไงก็จะเห็นผ่านทางหน้าจอรีโมท แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่เราสามารถแจ้งไปยังทีมซัพพอร์ทว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น จับภาพหน้าจอแล้วส่งเมลล์หรือใช้คำสั่ง psr (ท่านสามารถใช้คำสั่งนี้บน Windows 7 ขึ้นไปเท่านั้น)
ใช่ครับ แค่ท่านพิมพ์ psr (problem steps recorder) แล้วสั่ง Record สิ่งที่ท่านทำเช่น กดปุ่มอะไร แล้วได้อะไร หรือกดแล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็จะถูกเก็บไว้โดยอัตโนมัติ จากนั้นเมื่อท่านหยุด Record ก็สามารถสั่งเซฟไฟล์ได้เลยครับ โดยไฟล์จะถูกเซฟแล้วบีบอัดอัตโนมัติ จากนั้นท่านสามารถแนบไฟล์ไปกับอีเมลล์เพื่อส่งให้ทีมซัพพอร์ทดูได้เลย โดยที่ในไฟล์นั้นๆจะมีรายละเอียดครบถ้วนครับ
การเรียกใช้ psr ก็ง่ายมาก Start> Run> พิมพ์ psr แล้วก็ Enter หน้าต่างที่จะใช้ในการบันทึกก็จะเปิดขึ้นมาครับ

psr2

 

 

คลิกที่ Start Record จะเป็นการเริ่มทำการบันทึกครับ

เมื่อเรสิ้นสุดการบันทึก ก็คลิกที่ Stop Record ครับ

จากนั้นโปรแกรมก็จะเปิดไฟล์ที่เราบันทึกไว้ให้ดู หน้าตาก็ตามตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ

psr3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จะเห็นว่า ทุกอย่างที่เราทำจะถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดครับ

เช่นเราคลิกอะไร เราพิมพ์คำสั่งอะไร โดยโปรแกรมจะบันทึกไว้อย่างเป็นลำดับ

จากนั้นเราก็ทำการเซฟไฟล์ โปรแกรมก็จะทำการบีบอัดไฟล์นั้นให้เราโดยอัตโนมัติครับ

เราสามารถส่งไฟล์นั้นแนบไปกับอีกเมลล์หรืออื่นๆ เพื่อให้ทีมซัพพอร์ทสามารถเปิดมาดูแล้วเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องของเราได้อย่างละเอียดครับ

ตัวอย่างไฟล์ที่โปรแกรมเซฟและบีบอัดให้โดยอัตโนมัติครับ

psr4

 

 

 

 

 

ง่ายๆ แค่นี้เองครับ โปรแกรมก็มีอยู่ในวินโดว์อยู่แล้ว ไม่ต้องไปหามาจากที่ไหนๆครับ

 

สร้าง Shortcut เพื่อเข้าสู่การ Setup ระบบ

มีวิธีง่ายๆที่คนทั่วๆไปสามารถจะสร้าง Shortcut อันเดียวไว้ที่ Desktop แล้วเรียกใช้งานคำสั่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบได้เลยตรงๆ วิธีนี้ใช้ได้กับ Windows 7 & 8 น๊ะครับ
วิธีการก็แค่ สร้าง New Folder ไว้ที่ Desktop ครับ แล้วเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์เป็น GodMode.{ED7BA470-8E54-465E-825C-99712043E01C}
เท่านี้เราก็จะได้ Shortcut สำหรับทุกสิ่งแล้วครับ

Godmode1

 

 

 

 

 

 

Godmode

 

เก็บไฟล์ไว้บนเมฆ

จริงๆเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรครับ แต่ที่ผมหยิบขึ้นมาเขียนก็เพราะว่าผมยังเจอยูสเซอร์หลายคนไม่ยอมทำสำเนาไฟล์แล้วแยกเก็บเอาไว้อีกที่นอกจากเก็บไว้ในเครื่องของตัวเองเท่านั้น บางคนบ่นว่าราคา External Drive แพง เก็บไฟล์งานไม่มากขนาดนั้น ก็ไม่อยากลงทุนซื้อ ปัจจุบันเรามีวิธีการเก็บแบบฟรีๆแล้วครับ ผมกำลังพูดถึงการเก็บไฟล์ของเราไม่ว่าจะไฟล์งาน ไฟล์เพื่อการศึกษาหรือทุกอย่าง เราสามารถส่งขึ้นไปเก็บไว้บนเมฆได้แล้ว (ฝรั่งใช้คำว่า Cloud ผมก็แปลแบบหน้าด้านๆเลยว่าเก็บไว้บนเมฆ) เมื่อเราอัพโหลดไฟล์ขึ้นไปเก็บ คำถามแรกทีทุกท่านถามผมก็คือ มันปลอดภัยขนาดไหน ใครจะเห็นบ้างไหม ข้อนี้ผมคงต้องตอบว่ามันก็ปลอดภัยพอๆกับที่คุณใช้ Email จากผู้ให้บริการอีเมลล์นั่นแหละครับ ถ้าคุณสั่งล็อคอินบนเครื่องแล้วไม่เคยล็อคเอ้าท์ ใครได้เครื่องคอมพ์คุณไปก็อ่านอีเมลล์คุณได้ทั้งนั้น เรื่องของความปลอดภัยในการใช้งานผมอยากให้ทุกคนฝึกไว้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง หลายๆคนผูกอีเมลล์ไว้กับบัญชีทางการเงินหรืออื่นๆ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลก็ควรจะเรียนรู้การใช้งานพวกนี้ให้ถูกต้อเหมาะสมด้วยครับ อย่าประมาท ย้อนกลับมาที่การเก็บรักษาไฟล์ของเราไว้บนเมฆว่ามันปลอดภัยขนาดไหน ส่วนตัวผมมองว่าถ้าเราใช้อย่างถูกต้อง มันจะเกิดประโยชน์กับตัวเราเองมาก ทั้งการเรียกใช้ไฟล์ในเวลาคับขันหรือแม้แต่การนำไฟล์กลับมาใช้เนื่องจากสาเหตุเครื่องติดไวรัส ต้องลงใหม่ อะไรเหล่านี้
Cloud Storage (เก็บข้อมูลไว้บนก้อนเมฆ) พวกนี้ จะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง เช่น ต้องรับรหัสในการเข้าใช้เมื่อมีคนพยายามจะเข้าดูไฟล์ของเราจากเครื่องคอมพ์ที่ไม่ใช่เครื่องที่เราใช้เป็นประจำ ทางผู้ให้บริการก็จะส่งรหัส (คล้ายๆกับ OTP ของแบงค์) มาที่มือถือเราก่อนเพื่อยืนยันว่าเป็นตัวเราเองจริงๆที่ต้องการเข้าใช้ไฟล์เหล่านั้น ถ้าใส่รหัสที่ส่งมาทางมือถือไม่ถูกต้องระบบก็จะไม่อนุญาติให้เข้าใช้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลของเรา (ตรงนี้ทางผู้ให้บริการมักจะเรียกว่า two step verification) แต่ถ้าเราใช้กับเครื่องคอมพ์ส่วนตัว เราสามารถติดตั้ง Software ในการเข้าถึงไฟล์บนก้อนเมฆเหล่านี้ได้เลย เหมือนกับที่เราเรียกไฟล์จากทาง My Computer ได้เลยครับ

ตัวอย่างของการติดตั้ง One Drive บนเครื่องของเราเองครับ

OneDrive

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเราเปิด My Computer ขึ้นมาก็จะเห็นเสมือนว่าเรามี Drive นั้นเพิ่มเข้ามา

การเรียกใช้ไฟล์ก็ง่ายๆครับ จะก็อปปี้มาเปิดหรือเปิดตรงๆก็ได้ ถ้าไฟล์มีขนาดใหญ่ ผมแนะนำให้ก็อปปี้ลงก่อนแล้วค่อยเรียกใช้ครับ

การให้บริการในลักษณะนี้ ผู้ให้บริการมักจะผูกไว้กับอีเมลล์ที่เรามี เช่น One Drive <> Hotmail account, Google Drive <> Gmail account

ยังมีผู้ให้บริการรายอื่นๆอีกครับ เช่น Dropbox

มีไฟล์ไว้บนเมฆ เมื่อเกิดปัญหา เราก็สามารถเอาสำเนาเหล่านี้กลับมาใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็วครับ

 

สิ่งควรทำภายหลังจากการลงวินโดว์ใหม่ ภาค 2

วันนี้ผมจะมาพูดถึงวิธีที่ 2 ที่เราจะใช้ในการทำสำเนาระบบวินโดว์ 7 ของเราครับ

วิธีการนี้ผมถือว่ามีระดับความยากกว่าตอนที่ 1 นิดหน่อย (อ่านภาค 1 ได้ที่นี่ครับ)

ในภาคนี้ สิ่งที่ท่านต้องเตรียมจะมีดังนี้ครับ

1.แผ่น CD เปล่า

2.โปรแกรม Hiren (ดาวน์โหลดได้ที่นี้ครับ)

3.โปรแกรม DriveImage XML (ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ)

เมื่อเราดาวน์โหลด Hiren มาเรียบร้อยแล้วก็มาแตกไฟล์ครับ เราจะได้โฟลเดอร์ตามรูปด้านล่างนี้

M2-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้เราใช้โปรแกรมอะไรก็ได้ที่ไรท์ iso image ได้ เช่น CD Burner XP หรือ ImageBurn หรือจะใช้ไอ้ที่มีอยู่ในโฟลเดอร์นี้ก็ได้ครับ ตัวที่ชื่อว่า BurnCDCC.exe ครับ

เพื่อทำการไรท์ Image ไฟล์ ลงไปบน CD เปล่าที่เราเตรียมไว้

จากนั้นเมื่อเราไรท์แผ่น Hiren เรียบร้อยแล้ว ก็วางไว้ก่อน เรายังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มันในตอนนี้ครับ

ให้เรากลับไปเตรียมลงวินโดว์กันก่อน วิธีนี้ผมต้องขอแนะนำว่า เราควรจะแบ่งฮารด์ดิสก์ของเราให้แยกกันระหว่าง ตัว(ส่วน)ที่เป็นที่ติดตั้งวินโดว์ และ ตัว(ส่วน)ที่จะเป็นที่เก็บข้อมูลของเรา

ผมใช้คำว่า ตัว(ส่วน) เนื่องจากบางท่านอาจจะมีฮารด์ดิสก์มากกว่าหนึ่งลูก ถ้ามีสองลูกขึ้นไปก็ไม่ต้องเตรียมอะไรมากนัก แต่ถ้าท่านมีฮารด์ดิสก์เพียงลูกเดียว ผมขอแนะนำให้แบ่งฮารด์ดิสก์เป็นสองส่วนครับ

เพื่อที่จะเป็นส่วนของวินโดว์ และส่วนของข้อมูล ทีนี้สิ่งที่เราต้องสังเกตุก็คือ เมื่อเราทำการติดตั้งวินโดว์ 7 นั้น ขณะทำการติดตั้ง เราสามาถเลือกได้ว่าจะแบ่ง Partition อย่างไร

ผมมักจะแยกส่วนของ System และ Data ออกจากกัน เพื่อเวลาเราจะทำการล้างเครื่อง Data ของเราก็จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร

ผมจะข้ามขั้นตอนการแบงพาร์ทิชั่นไปน๊ะครับ

เอาเป็นว่าหลังจากเราติดตั้งวินโดว์เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งโปรแกรมทุกอย่างที่เราต้องการ ยังไม่ต้องลงโปรแกรมป้องกันไวรัสครับ แต่ต้องเตรียมไว้ อันนี้สำคัญมาก

เราจะทำการติดตั้งโปรแกรม DriveImage XML กันครับ

ผมได้ทำ Video ไว้ที่นี่ครับ

หลังจากนั้นผมมีตัวอย่างการทำ Back up ของ ไดรฟ์ที่เราติดตั้งวินโดว์ไว้ที่นี่ครับ (วีดีโอ)

ส่วนการติดตั้งวินโดว์โดยแบ่งพาร์ทิชั่นระหว่าง Windows กับ Data ดูได้ที่นี่ครับ

การบูทระบบเพื่อทำการ Recovery ด้วย DriveImage XML

วีดีโอมีสองไฟล์ครับ วีดีโอแรก จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าหากเราทำถูกต้อง ข้อมูลที่อยู่ในไดรฟ์ DATA จะไม่หายไปไหน

ส่วน วีดีโอที่สอง เป็นขั้นตอนการ Recovery Windows 7 ของเราให้เหมือนกันตอนที่เราทำ Back up เอาไว้ครับ (วีดีโอ)

ท่านใดมีข้อสงสัยสอบถามผมผ่านทางอีเมลล์ได้ครับ

สิ่งควรทำภายหลังจากการลงวินโดว์ใหม่ ภาค 1

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ผมเจออยู่บ่อยๆในชีวิต เช่นเครื่องติดไวรัส เครื่องเพี้ยน จนต้องลงวินโดว์ใหม่ มานั่งคิดๆดูผมพบว่ามันเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก เดี๋ยวจะอธิบายขั้นตอนไปทีละขั้นแบบให้ทุกท่านทำตามได้เลย ไม่ว่าคุณจะใช้งานวินโดว์ราคา 300 จากที่ต่างๆ หรือว่าวินโดว์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ก็สามารถใช้วิธีการนี้ได้ครับ

เรื่องนี้ ไม่เหมาะกับคอมพิวเตอร์ที่มี OEM Partition ติดตั้งมาจากโรงงานครับ เพราะท่านไม่ต้องทำ ถ้าเครื่องมีปัญหา ท่านสามารถทำ Recovery ได้เลย

ระดับความยาก: ขั้นต้น

จริงๆวิธีการมันมีหลายแบบที่เราจะสามารถใช้ในการทำสำเนาระบบ (ผมพยายามแปลเป็นภาษาไทยทำไมก็ไม่รู้) ภาษาช่างเทคนิคเค้าจะเรียกว่าการทำ Image ในบทความนี้ ผมจะแนะนำสามวิธีการด้วยกันครับ เริ่มจากง่ายไปยากจนถึงยากกว่า (ไม่มียากที่สุด)

วิธีที่ 1 ใช้ความประโยชน์จากตัว Windows 7 เอง (System Image)

สิ่งที่ต้องเตรียม

External Drive

แผ่น CD เปล่า

วิธีนี้เราจะนำความสามารถของวินโดว์ 7 ในการสร้างสำเนาของตัวมันเอง เพื่อเรียกกลับมาใช้ในเวลาที่ยูสเซอร์พบว่าระบบไม่เสถียรหรือเราต้องการจะลงวินโดว์ใหม่อีกครั้ง

เมื่อท่านได้ทำการติดตั้งวิโดว์และโปรแกรมทั่วๆไปตามที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านนำ External Drive มาต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเอาไว้ แล้วรอจน External Drive ของท่านพร้อมที่จะทำงาน เมื่อพร้อมแล้วให้ท่านเข้าสู่กระบวนการทำ Image System

Start> Control Panel

M1_1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คลิกเลือกที่ System and Security

M1_2

 

 

 

 

 

 

 

 

คลิกที่ Backup and Restore> Back up your computer

M1_3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คลิกที่ Create a system image

M1_4

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในที่นี้ ผมจะเลือกไปที่ On a hard disk ซึ่งตรงนี้ท่านจะเห็นว่าวินโดว์ได้ทำการเตือนว่าเรากำลังจะทำ Back up บน Hard disk ลูกเดียวกับที่เราใช้ทำการติดตั้งวินโดว์ เมื่อถึงตรงนี้ ให้ท่านคลิกต่อแล้วทำการเลือกให้เป็น External Drive ของท่าน

M1_5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นก็คลิก Start Back up แล้วรอจนจบ เท่านี้ท่านก็จะได้สำเนาของระบบของท่านที่พร้อมจะนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อท่านต้องการได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาลงใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

M1_6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนต่อไป เราจะทำแผ่นสำหรับการบูทฉุกเฉินในกรณีที่เราต้องการนำ Image กลับมาใช้

อันดับแรก เราต้องสร้างแผ่นสำหรับบูทฉุกเฉินไว้ก่อนครับ

Start> Control Panel

M1_9

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นเลือกที่ System and Security ตามภาพด้านล่างครับ

M1_9.1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมาครับ ให้เราเลือกที่ Create a system repair disc

M1_10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็ใส่แผ่นเปล่าที่ CD/DVD Drive ครับ แล้วเลือก Create Disk

M1_11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รอจนจบกระบวนการ เราก็จะได้แผ่นสำหรับใช้บูทเครื่องเพื่อทำ System Recovery จาก Image ที่เราทำไว้ใน External Hard disk ของเราครับ

จากขั้นตอนนี้ สิ่งที่ผมจะแนะนำคือ เก็ยทั้งเจ้าแผ่นนี้ รวมทั้ง External hard disk ของเราไว้ให้ดี เพื่อเรียกใช้ในยามที่เครื่องมีปัญหาครับ

เดี๋ยวครั้งหน้า ผมจะแนะนำวิธีที่ 2 ซึ่งจะแตกต่างออกไปจากเดิมนิดหน่อยครับ แต่เป็นการอาศัยโปรแกรมที่ชื่อว่า DriveImage XML