31 ตุลาคม 2554 สิบสี่นาฬิกาสิบเอ็ดนาที ผมเป็นคนอยู่ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด ระบุลงไปก็เป็นส่วนหนึ่งภายในเมืองทองธานี ณ วันนี้ เวลานี้ พื้นที่ของบ้านผมยังไม่ถูกน้ำท่วมขังแต่อย่างใด ที่เป็นอย่างนี้เพราะคันกั้นน้ำยังไม่พัง ไม่ว่าจะเป็นคันกั้นน้ำบริเวณคลองประปา คันกั้นน้ำของเมืองทองธานีเอง ขณะที่คันกั้นพื้นที่อื่นๆไม่สามารถทนกระแสน้ำหรือปริมาณน้ำขนาดมหึมาที่ไหลจากภาคกลางลงมา โดยมีเป้าหมายที่จะผ่าน กทม เพื่อไปออกสู่ทะเลได้ ปากเกร็ดไร้พ่าย ปากเกร็ดเก่ง ปากเกร็ดเอาอยู่ อย่างนั้นหรือ ความจริงแล้วไม่ใช่สวยงามอย่างที่ทุกคนคิด วันนี้ เวลานี้ พื้นที่ส่วนหนึ่งของปากเกร็ดได้กลายสภาพเป็นผืนน้ำผืนเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยามานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ส่วนที่ยังไม่ท่วมแบบบ้านผมก็พยายามเต็มที่ที่จะไม่ให้ท่วม ขณะเดียวกันก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนปากเกร็ดที่นอนแช่น้ำมาเป็นเวลานาน กลุ่มคนที่สามารถใช้คำว่า ผู้เสียสละ ได้อย่างเต็มปาก ปากเกร็ดจะไม่รอดมาได้จนวันนี้หากชุมชนใดชุมชนหนึ่งพังคันกั้นน้ำเพียงเพราะเค้าเป็นคนนอกคัน ปากเกร็ดจะไม่สามารถระดมความช่วยเหลือคนอีกฝั่งที่โดนท่วมไม่ได้ แค่คำว่าเสียสละดูเหมือนไม่พอที่ผมจะขอคาราวะทุกๆท่านที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ สำหรับผมมันเกินกว่าคำว่าเสียสละไปแล้ว เรื่องน่าแปลกก็คือไม่ว่าคุณจะมีระดับการศึกษาสูงหรือต่ำขนาดไหน ก็ไม่อาจเทียบกับสิ่งที่ผู้คนนอกคันกั้นน้ำชาวปากเกร็ดทำอยู่ น้ำเมื่อใกล้ กทม มากขึ้น ความขัดแย้งระหว่างชุมชนก็มีให้เห็นบ่อยขึ้น อนิจจา ผู้คนในเมืองหลวงคงจะลืมไปว่าคำว่าเสียสละสะกดอย่างไร และหมายความว่าอย่างไร ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อสาม สี่ วันก่อนหน้า คันกั้นน้ำของเมืองเอกพังลง คนกลุ่มหนึ่งมีชะตากรรมร่วมกัน อาศัยอยู่พื้นที่เดียวกัน ทำทุกอย่างเพื่อให้คันกั้นน้ำสามารถป้องกันน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ของตนเองจนสุดกำลัง ท้ายที่สุดถึงจะต้องโดนน้ำท่วม แต่สิ่งที่ท่านเหล่านั้นทำไม่ได้สูญเปล่าเลย กลับเป็นประโยชน์ให้คนที่อาศัยอยู่พื้นที่ถัดไป มีเวลาในการตระเตรียมตัวเอง [...]