Nothing Else Matters

ประวัติเอกสารสำหรับ กุมภาพันธ์, 2008

เปิดไฟล์ที่สร้างมาจาก Office 2007 ไม่ได้

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 24, 2008

Office 2007 จากค่าย Microsoft ออกมาให้เรามั่วกันมาสักพักหนึ่งแล้วครับ ที่ผมว่ามั่วก็เพราะไอ้ Interface แบบ ribbon อะไรๆ นั่นแหละ ทุกวันนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าหาปุ่มอะไรได้ยากกว่าเดิม อาจจะเพราะความไม่เคยชินก็เป็นได้ แถมด้วย Features ระดับเทพ(ที่ไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร) อีกเพียบ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรหรอกครับที่ราคามันจะออกมาแพงขนาดนั้น แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเพราะถ้าคุณมีเจ้า Office 2007 ใช้แล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับที่ท่านได้ใช้ โครต Software ตัวหนึ่งของโลก

ปัญหามันจะมีก็ต่อเมื่อเพื่อนของท่านใช้ Office 2007 แล้วลืม Save file ให้เป็น 2003 Compatible mode หรือแปลได้ว่า Save file ให้ Office 2003 สามารถเปิดเพื่ออ่าน เพื่อแก้ไขได้ต่างหากล่ะครับ (ถ้าส่งไฟล์จาก 2003 ไปให้ 2007 มันอ่านได้ไม่มีปัญหาครับ) แต่ก็ต้องถือว่าเป็นโชคดีที่เสียงบ่นพึมพำจากยูสเซอร์ได้ดังไปถึงหูของทีมพัฒนา Office 2007 ครับ Microsoft จึงได้ทำการออกโปรแกรมเพื่อช่วยให้คนที่มี Office 2003 อยู่ สามารถเปิดไฟล์ที่มาจาก 2007 ได้ แม้ว่าไฟล์นั้น ๆ จะไม่ได้ Save as เพื่อ 2003 โดยเฉพาะ

ไปดาวน์โหลดไฟล์มาได้เลยครับ โชคดีครับทุกท่าน ฮี่ ๆๆ คือถ้าเจอ bug อะไรใหม่ ๆ หรือว่าติดตั้งแล้วเครื่องท่านมีอาการแปลก ๆ ไป แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Symphony หรือว่า Open Office ดีกว่า อ้อ.. ตอนนี้ Open Office ได้ออกเวอร์ชั่น 2.4.0 Release Candidate 1 ออกมาแล้วครับ ไว้โอกาสต่อ ๆ ไป ผมจะเอามาเล่าสู่กันฟังว่ามีอะไรเปลียนไปจาก 2.3.1 บ้าง

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: | 3 Comments »

Lotus Sympony (Big boy is coming to town…)

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 24, 2008

ผมได้ทราบข่าวของ Application ตัวใหม่(ในชื่อเก่า)ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ทำงานในงานออฟฟิศจาก IBM มาได้ 3-4 วันแล้วครับ แล้วก็ไม่พลาดที่จะไปเอามาลองติดตั้งดู Application ที่ว่านี้ชื่อว่า Lotus Symphony ครับ คุ้น ๆ กับชื่อของ Lotus ไหมครับ ใช่แล้วครับมันมาจากค่าย IBM ครับ คราวนี้ IBM ปล่อย Beta 4 ของโปรแกรมในชุดออฟฟิศตัวนี้ออกมาให้เล่นกัน (ดาวน์โหลดได้จากที่นี่ครับ) ตัวโปรแกรมประกอบไปด้วยส่วนย่อย (ผมใช้คำว่าส่วนย่อยครับ เพราะอะไรตามอ่านต่อไปก็จะเข้าใจครับ) 4 ส่วนคือ Symphony Documents, Symphony Presentations, Symphony Spreadsheets, และ Web browser ครับ คือที่ผมบอกว่ามันเป็นส่วนย่อยเพราะเมื่อเราเทียบกับโปรแกรมในชุดออฟฟิศของค่ายอื่นเช่น Microsoft หรือ Open Office เราจะเห็นว่าโปรแกรมสร้างเอกสาร โปรแกรมสเปรดชีต หรือโปรแกรมพรีเซนต์เตชั่นนั้นจะถูกแยกออกจากกันครับ เช่นถ้าเราจะทำงานเอกสารก็เรียก Open writer หรือว่า Microsoft word ขึ้นมา แต่ Concept ของเจ้า Symphony นั้นต่างออกไปครับ คือเราสร้างงานใหม่ขึ้นมา 1 ชิ้น เราสามารถทำให้มันเป็นอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทั่วไปหรือว่าจะเป็นสเปรดชีตภายในโปรแกรมเดียว ฟังดูก็น่าจะดี (หรือไม่ดีอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบ – ไม่ชอบของแต่ละบุคคลล่ะครับ) ทีนี้มาลงไปดูในรายละเอียดกันครับ อย่างที่ผมบอกว่ามันมีโปรแกรมย่อยอยู่เพียง 3 โปรแกรมคือ Documents (เพื่อการสร้างงานเอกสาร), Spreadsheets (สร้างงานคำนวณอย่างที่ Excel ทำ) และสุดท้ายคือ Presentations (สร้างานพรีเซ็นต์เตชั่นแบบ Power point)

เท่านี้พอไหมครับสำหรับงานทั่วไปในออฟฟิศ? นี่เป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นกับผม คำถามถัดไปก็คือ ไม่มีโปรแกรมสร้างงานฐานข้อมูล…!! อือม์… น่าคิดน๊ะครับว่า IBM ตัดส่วนนี้ออกไปเลย

เอาแค่สองคำถามนี้ก่อนว่าทำไม ระดับ IBM แล้ว เรื่องที่จะสร้างโปรแกรมสองอันหลังนี้ไม่น่าเป็นเรื่องลำบากอะไรนัก แต่นักวิเคราะห์หลายคนกลับไม่รู้สึกแปลกใจที่เห็น IBM ทำออกมาแค่สามส่วนนี้ครับ เพราะอะไรเราต้องมาหาคำตอบกันต่อไปครับ ตอนนี้เรามาดูกันก่อนว่า Symphony นั้นเจ๋งขนาดไหน

เริ่มกันด้วยหน้าตาหลัก ๆ ก่อนครับ

013.jpg    หน้าตาจะดูไม่ค่อยเหมือนโปรแกรมออฟฟิศเท่าไหร่ ดูจะออกไปในทาง Web Browser มากกว่าครับ

023.jpg    ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ก็เหมือน ๆ กับที่เราคุ้นเคยกันครับ

033.jpg   นี่ครับ เห็นกันชัด ๆ ว่าเราสามารถใช้มันเป็น Web Browser ได้ด้วย

074.jpg    083.jpg    092.jpg    นี่ครับ เล่นเวปผ่านทาง Symphony

053.jpg    เมื่อเราเปิด Symphony ขึ้นมา เราก็สามารถจะทำงานทั้งสามอย่างได้คือไม่ว่าจะเป็นสร้างงานเอกสาร สเปรดชีต หรือแม้แต่งานพรีเซนต์ครับ ไม่ต้องไปวุ่นวายเปิดสามโปรแกรมพร้อม ๆ กัน อย่างที่เห็นจากภาพครับ หน้าตาจะเป็นแบบ Tab ซึ่งดู ๆ ไป ก็คล้ายกับ FireFox หรือว่า IE7 ครับ

114.jpg    นี่เป็นตัวอย่างที่ผมใช้ Symphony เปิดไฟล์เอกสารที่สร้างจาก Microsoft Word ครับ ก็สามารถทำได้ดีทีเดียว

125.jpg    ส่วนความสามารถในการเซฟไฟล์ก็ Compatible กับทั้ง Open Document และ Microsoft Word ได้เป็นอย่างดีครับ

135.jpg    จะเข้ารหัสเพื่อป้องกันคนอื่นแอบอ่านเอกสารของเราก็ทำได้ง่าย ๆ ครับ

141.jpg     164.jpg   Gallery ที่พาเราไปยัง Template ใหม่ ๆ ที่ให้เราดาวน์โหลดมาใช้เพิ่มเติมได้ตามที่เราต้องการครับ

171.jpg    Macro ก็มีครับ

100_1.jpg    101_1.jpg    มีคู่มือคำสั่งต่าง ๆ เตรียมไว้ให้แล้วครับ

ถ้ากลัวว่าจะงงกับปุ่มคำสั่งต่าง ๆ ที่ค่อนข้างแปลกตาออกไปก็ไม่ต้องกังวลครับ IBM ดาวน์โหลดคู่มือได้ที่นี่ครับ จะเรียกว่าคู่มือก็ได้ไม่เต็มปาก น่าจะเรียกว่า แผ่นภาพที่เทียบให้เราได้เห็นว่าเมื่อเราใช้ Microsoft Office อยู่นั้น เรากดปุ่มไหนเพื่ออะไร แล้วเมื่อเราต้องการได้คุณสมบัติแบบเดียวกันนั้นใน Symphony เราจะต้องกดปุ่มไหน เป็นภาพให้เราเห็นชัดเจนครับ

ส่วนตัวแล้วผมชอบ Features พื้น ๆ หลายอย่างที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ใน Symphony ครับ ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย ออกจะดูดี มีชาติตระกูล สมกับที่มาจาก IBM ก็เป็น Application ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่งครับ ท่านอาจจะลองใช้เปิดไฟล์เอกสารเก่า ๆ ก่อนก็ได้ครับแล้วลองแก้ไขดู Save เป็น pdf ก็ได้ หรือจะให้เป็น .doc ก็ได้ครับ :D

ลองใช้งานโปรแกรมที่ผมแนะนำเอาไว้แล้วชอบ-ไม่ชอบยังไงก็เล่าสู่กันฟังบ้างน๊ะครับ

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: | Leave a Comment »

คนบ้ากับเช้าวันอาทิตย์…

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 24, 2008

ผมตื่นแปดโมงเช้า(อีกแล้ว..) ทั้ง ๆ ที่เจตนาอยากตื่นสัก 10 โมงขึ้นไป เอาเถอะตื่นมาก็ไม่รู้จะทำอะไร เปิดเพลงฟังไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอกับเพลงนี้เข้าเป็นงาน Duet หรือว่าร้องคู่กันระหว่างนักร้องเด็ก No name 2 คนในตอนนั้น(ปัจจุบัน ดังทั้งคู่) ส่วนอีกเพลงเป็นงานของ Paul Simon & Art Garfunkel ครับ เพลง Bridge Over Trouble Water ความหมายดีมาก ชอบ ๆ ผมชอบทั้งสองเพลงเลย เพราะในบางอารมณ์ ขืนฟังเมทัลต่อไป คงได้วิ่งไปปาระเบิดที่สำนักงานสื่อสารมวลชนชื่อดังบางแห่งก็เป็นได้ครับ เอาเถอะช่างหัวมัน อีกอย่างที่ผมชอบคือทักษะการร้องเพลงของสาวน้อย(Charlotte Church)คนนั้น(ในขณะที่เธออายุ 14 ปี..) เพลงนี้ผมแนะนำให้เปิด Volume ประมาณ 11 โมง แล้วท่านจะได้ยินเด็กอายุ 14 เอาเทคนิคของการร้องโอเปร่ามาใช้..

ใครบางคนแหกปากดัง ๆ ขณะฟังเพลงนี้ว่า “holy shit! They both have great voices……!!!”

เขียนแล้วใน Music.., Uncategorized | Tagged: , | 1 ความคิดเห็น »

Best Utility for Windows

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 22, 2008

ผมถูกถามคำถามว่ามีโปรแกรมตัวไหนที่จะทำงานแบบครอบจักรวาลเพื่อช่วยดูแล Windows ของเราให้อยู่ดีมีสุขได้ ผมเองก็เขียนเรื่องของ Utility ทำนองนี้ไปหลายครั้งแล้ว แต๋มักจะเป็นโปรแกรมที่ไม่ถึงกับเรียกได้ว่าครอบจักรวาลหรือทำได้ทุกอย่างในโปรแกรมเดียวเพื่อ ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดเครื่อง ลบขยะออกจากเครื่อง แก้ไขค่า Registry ที่อาจจะสร้าง Error ให้กับเครื่องของเราได้ภายในโปรแกรมเดียว จนกระทั่งผมมาเจอโปรแกรมตัวนี้ครับ มาจากค่าย Glarysoft ครับ โปรแกรมชื่อ Glary Utilities ตัวของโปรแกรมสามารถทำงานในลักษณะครอบจักรวาลได้เลย แล้วผู้ผลิตก็กล้าที่จะพูดว่าโปรแกรมของพวกเค้านั้นเป็นโปรแกรมของฟรีที่ดีที่สุดในตลาด Software ด้านนี้เลยทีเดียว (อย่าเพิ่งงงครับ คือตัวโปรแกรมแบ่งเป็นทั้งแบบ Commercial Use ซึ่งต้องเสียเงินซื้อและแบบ Private Use ซึ่งเป็นของฟรีครับ) นอกจากนั้นแล้วการใช้งานยังเหมาะมาก ๆ สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ไม่ใช่ GURU (มาจากคำว่ากูรู้(แล้ว) เอ้ยไม่ใช่ ๆ แปลความตามภาษาโคกอีแร้งได้ว่า Guru หมายถึงใครบางคนที่มีความรู้หรือเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ) ไปดาวน์โหลดตัวโปรแกรมกันมาได้เลยครับ

ตัวโปรแกรมสามารถทำงานได้ 5 อย่างครับ

1.Clean Up & Repair ในส่วนนี้นั้นโปรแกรมจะทำหน้าที่ ลบขยะออกจากเครื่อง, ซ่อม Registry ของ Windows, ซ่อม shortcut, และลบโปรแกรมที่เราไม่ต้องการออกจากเครื่องให้หมดจด

2.Optimize & Improve ในส่วนนี้โปรแกรมจะปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องเราให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดครับ เริ่มด้วยโปรแกรมที่เริ่มการทำงานมาพร้อม ๆ กับที่ Windows Bootup (หรือที่เราเรียกกันว่า Startup Manager นั่นเอง), ดูแลให้หน่วยความจำหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีพื่อที่พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา

3.Privacy & Security ความสามารถของโปรแกรมในส่วนนี้ประกอบไปด้วย ลบล่องลอยของเราว่าเราเคยไปท่องเวปไหนมาบ้าง, ลบไฟล์ที่เราไม่ต้องการให้คนอื่นกู้ข้อมูลของเรากลับมาได้, ป้องกันการลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ, เข้ารหัสข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลของเรา

4.Files & Folders ส่วนนี้เป็นเครื่องมือในการดูแลไฟล์ครับ เช่นแสดงขนาด (เป็นเปอร์เซนต์) ของโฟลเดอร์และไฟล์ต่าง ๆ, ตรวจสอบหาไฟล์ที่ซ้ำซ้อน, ตรวจหาโฟลเดอร์ว่างเปล่า, แบ่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ให้เป็นไฟล์เล็ก ๆ ได้

5.System Tools ส่วนนี้เป็นเครื่องมือที่จะใช้ดูแลระบบครับ ก็มีตรวจดูว่า ณ เวลานั้นๆ เครื่องของเรามีโปรแกรมอะไรทำงานอยู่บ้าง, ดูแล Add-on ต่าง ๆ ของ IE, สุดท้ายก็จะเป็นการเรียกเอาเครื่องมือมาตราฐานที่มีมากับ Windows ของเราครับ เช่น Check Disk, Defragment, System Restore…

คราวนี้มาดูหน้าตาของโปรแกรมกันครับ

เริ่มด้วยหน้าหลักกันก่อน จะเห็นว่าโปรแกรมแบ่งออกเป็น 3 tab ด้วยกัน อันแรกก็จะบอกถึงสถานะของโปรแกรมครับ ถัดมาก็จะเป็น tab ที่เอาไว้ตรวจดูว่าเครื่องของเรามีอะไรต้องแก้ไขบ้าง โดยมีชื่อว่า 1-Click Maintenance ครับ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่าโปรแกรมตัวนี้ให้เราคลิกครั้งเดียว โปรแกรมก็จะทำการรายงานสิ่งต่าง ๆ เช่นขยะที่อยู่ในเครื่อง, Registry ที่ไม่สมบูรณ์ ให้เรารู้แล้วแก้ไขให้เราด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียวครับ ส่วน tab สุดท้ายคือ Modules นั้น ส่วนนี้จะมีโปรแกรมย่อยเข้าไปจัดการได้อีก 5 รูปแบบตามที่ผมเขียนไว้ด้านบนครับ

012.jpg

022.jpg

เมื่อเราคลิกที่ tab ที่สองครับ หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ เราจะเห็นว่าโปรแกรมจะเข้าค้นหาความผิดปกติในเครื่องของเราอยู่ 6 ส่วนคือ หา Registry ที่ผิดปกติพร้อมทั้งแก้ไขให้ถูกต้อง, หา Shortcut ที่อาจจะเป็น link ที่เสียหาย, ตรวจดูโปรแกรมที่ถูกสั่งให้เริ่มทำงานพร้อมกับที่ Windows เริ่มทำงาน, ไฟล์ขยะทั้งหลาย, ร่องรอยที่เรามักจะทิ้งเอาไว้เวลาที่เราท่องอินเตอร์เน็ตกัน และสุดท้ายก็จะเป็นการค้นหา Spyware ทั้งหลายที่อยู่ในเครื่องเรา (ในส่วนนี้ผมไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักน๊ะครับ ด้วยความที่โปรแกรมที่ทำงานด้านนี้แล้วมีประสิทธิภาพสูงกว่ามีอีกมากมาย ไปใช้งานโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่องานตรวจจับ/ลบ Spyware โดยเฉพาะจะดีกว่าครับ แต่เลือกเอาไว้ก็ไม่เสียหายอะไรครับ)

เมื่อเราต้องการจะให้โปรแกรมทำงานก็เพียงแค่คลิกที่ “Scan for Issues” จากนั้นโปรแกรมก็จะเริ่มทำการตรวจหาความผิดปกติทั้ง 6 หัวข้อนี้ครับ

032.jpg

073.jpg

08_1.jpg

เมื่อ Scan เสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะแสดงผลให้เราทราบ ถ้าเราต้องการให้โปรแกรมทำการแก้ไขความผิดปกติให้กับเรา ก็คลิกที่ “Repair Problems” ได้เลยครับ

091.jpg

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วโปรแกรมก็จะรายงานให้เราทราบครับว่าทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว

ทีนี้มาดู tab ที่ 3 หรือว่า “Modules” กันครับ อย่างที่ผมเกริ่นให้ฟังตอนต้นว่าโปรแกรมตัวนี้สามารถทำงานแบ่งย่อยออกไปได้อีก 5 หมวดคือ Cleanup, Optimize, Privacy, File & Folders และ System Tools ก็ตามที่ผมเขียนไว้ครับ คือมันครอบจักรวาลจริง ๆ ถ้าเราอยากจะให้โปรแกรมตรวจสอบ/แก้ไข/ตรงไหน

113.jpg

ภาพถัดไปผมจะเรียกเอาเครื่องมือที่จะใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลที่อยู่ในเครื่องผมครับ ก็จะเริ่มที่

Privacy & Security> File Encrypter and Decrypter ครับ โปรแกรมก็จะเปิดขึ้นมาให้เราตามภาพถัดไปครับ

124.jpg

134.jpg

ส่วนภาพด้านบนนี้ก็เป็นการแสดงให้เราเห็นครับว่า ในแต่ละโฟลเดอร์นั้นมีขนาดของโฟลเดอร์เท่าไหร่และคิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของพื้นที่ของ Harddisk เรา ซึ่งก็จะช่วยให้เราบริหาร-จัดการได้ง่ายขึ้นครับ Files & Folders> Disk Analysis ครับ

โปรแกรมที่ครอบจักรวาลแบบนี้ก็เหมาะกับท่านที่ไม่ต้องการความวุ่นวายในการทำงานกับหลาย ๆ โปรกแรมเพื่อดูแลระบบของ Windows ครับ แถม Interface (ส่วนติดต่อกับผู้ใช้) ของโปรแกรมก็เข้าใจได้ง่าย ๆ ทำงานได้รวดเร็ว มีความถูกต้องในการแสดง Errors ต่าง ๆ ที่ตรวจพบ ก็เพียงพอแล้วสำหรับงานดูแลเครื่องแบบง่าย ๆ แต่ครบครันครับ ก็เป็นแนวทางในการใช้งานโปรแกรมน๊ะครับ รายละเอียดและวิธีการใช้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ หากสงสัยก็ลอง mail ไปถามที่เจ้าของ Software ได้ครับ หรือจะถามมาที่ผมก็ได้ ถ้าตอบได้ก็ยินดีครับ แฮ่ ๆ :D

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: , | Leave a Comment »

อีกหนึ่งโปรเจคของ Panda ช่วยหาไวรัสในเครื่องของคุณ

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 21, 2008

วิธีการตรวจดูว่าเครื่องของเรามีเจ้าพวกไม่พึงประสงค์แบบไวรัส, สปายแวร์อะไรเหล่านั้นอยู่ด้วยรึเปล่าทำโดยการใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง แต่เพื่อนผมหลายคนก็ยังหมั่นถามผมว่ามันเชื่อถือได้มากน้อยขนาดไหนสำหรับโปรแกรมเหล่านี้ ที่ถามแบบนี้เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ของพวกเค้ามักจะมีอาการแปลก ๆ (ผมก็ถามไปเรื่องเปื่อยว่าอาการแปลก ๆ แบบที่ว่ามันเป็นยังไง ก็มักจะได้คำตอบว่ามันทำงานช้าบ้างหล่ะ โปรแกรมหยุดทำงานเองบ้าง ซึ่งอาการที่ว่ามาเหล่านั้นก็ยากที่จะบอกว่าเครื่องเค้าติดไวรัสหรือไม่) ผมก็ไม่สามารถจะบอกให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าหากคุณมีโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ได้รับการอัพเดทอยู่สม่ำเสมอ ไม่ได้พาตัวเองไปอยู่ในเวปอโคจรทั้งหลาย ไม่ได้เสียบ Thumb Drive ซี้ซั้วกับเครื่องของคนอื่น ๆ ก็น่าจะพออุ่นใจได้ว่าเครื่องเรายังไม่ได้ติดไวรัสอะไรร้ายแรง แต่เพื่อความสบายใจของมัน ผมก็เลยบอกว่าลองใช้วิธี ออนไลน์สแกนไวรัสสิ ว่าแล้วก็ไปที่นี่เลยครับ www.nanoscan.com เวปไซด์อื่น ๆ ก็มีน๊ะครับ เช่นของ kaspersky หรือแม้กระทั่ง HJT ของ McAfee แต่ผมแนะนำ nanoscan เพราะมันทำงานเร็ว เนื่องจากมันจะตรวจดูว่าในขณะที่เราสแกนนั้นมีพวกไวรัสหรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์ทำงานอยู่ในเครื่องของเรารึเปล่า

ลืมพูดถึงเจ้าของเวปไซด์นี้ครับ นั่นคือ Panda ซึ่งเป็นผู้ผลิต Softwre และ Solution ในการป้องกันไวรัสอีกบริษัทหนึ่งนั่นเอง ก็มีชื่อเสียงมานานพอสมควรครับ

วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับ แค่ไปที่เวปนั้นแล้วก็คลิกที่ NanoScan my PC ครับ ในบางกรณีเวปไซด์จะขอให้เราอนุญาติเปิดรับ active x ที่จะใช้เป็นตัวสแกนไวรัสในเครื่องของเรา เราก็กดยอมรับไปครับ เท่านั้นเองโปรแกรมก็จะเริ่มทำงานโดยมากไม่เกิน 1 นาทีครับ สำหรับเครื่องทั่ว ๆ ไป การสแกนก็จะเสร็จเรียบร้อยครับ

123.jpg

133.jpg

นึกอะไรไม่ออกหรือว่าไม่มั่นใจว่าเครื่องของเรายังเป็นสุขปราศจากโรคา พญาธิไวรัสและสปายแวร์ทั้งหลายแหล่หล่ะก็ เชิญได้ที่นี่ครับ แล้วถ้ามันบอกว่าเครื่องของเราไม่ได้ติดไวรัสอะไรเลยก็เชื่อ ๆ กันหน่อยน๊ะครับ เพราะถ้าใช้ทั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพ อัพเดทถูกต้อง สแกนออนไลน์ก็ผ่านเรียบร้อยดีแล้วก็ยังไม่มั่นใจ ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้ Linux หรือ Mac กันล่ะครับทีนี้ :D

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: , | Leave a Comment »

Making a Clean PC

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 20, 2008

Making a Clean PC

คำว่า Clean PC ของผมนั้นหมายถึงการนำคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่มาติดตั้ง Software ที่ถูกกฏหมายกันครับ โดยมีเงื่อนไขว่าเราจะไม่ใช้เงินในการซื้อ Software ลิขสิทธิ์และละเมิดลิขสิทธิ์เลย หลายคนบอกผมว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเอาโปรแกรมที่มันเป็นของฟรีมาใช้ทดแทนโปรแกรมที่เราต้องไปหาซื้อมาหรือจำพวก Close Source ทั้งหลาย ผมเองไม่เห็นด้วยกับคำพูดแบบนั้น ก็เพราะมันไม่เป็นความจริงทั้งหมด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในสำนักงานก็คือการช่วยลดต้นทุนทั้งทางด้านการเงิน และต้นทุนของเวลาที่เราจะต้องเสียไป แต่ส่วนใหญ่ที่ผมพบในองค์กรต่าง ๆ ก็คือ มี Software มากมายที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหามาติดตั้งเพราะใช้ประโยชน์ได้เพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ของความสามารถที่ Software นั้น ๆ ทำได้ ยกตัวอย่างให้เห็นคือโปรแกรมในชุดออฟฟิศที่ประกอบด้วยโปรแกรมสร้างงานเอกสาร, สเปรตชีต, หรือรวมทั้งโปรแกรมสร้างงาน presentation เอาล่ะครับ ถ้าเรายังไม่พร้อมที่จะโดดเข้าไปสู่โลกของ Open Source แบบเต็มตัว ก็ลองมาดูว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงแค่โปรแกรมทางฝั่ง Open Source และไม่มีโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์เลยนั้น เราสามารถทำให้มันใช้งานทดแทนกันได้ไหม แล้วทำได้ในระดับไหน ก่อนอื่นเรามาดูกันถึงของเขตของงานที่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะต้องทำได้กันก่อน เพราะเมื่อเราทราบตรงนี้แล้วการหา Software มาทดแทนย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไร

สมมุติว่าเราต้องการคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องให้กับแผนกบุคคล แน่นอนครับแผนกบุคคลนั้นจะมีงานที่เป็นส่วนของเอกสารเป็นส่วนใหญ่ แล้วอาจจะต้องมีการทำสถิติ รายงาน หรืออะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน หนังสือเวียน หรือแม้แต่การนำเอาภาพของผู้มาสมัครงานและพนักงานในบริษัทเก็บเป็นไฟล์ภาพไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทีนี้มาดูกันว่าเราควรจะต้องมีโปรแกรมอะไรในเครื่องบ้างถึงจะลองรับงานที่ว่าได้ทั้งหมด

1.Windows XP ราคาของ OS ตัวนี้ก็ลดลงมามากแล้วครับ น่าที่เรา ๆ จะซื้อของแท้มาใช้กันสักที มันน่าละอายน๊ะครับที่เรามองเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ว่าไม่เป็นเรื่องใหญ่

2.Picasa โปรแกรมตัวนี้ดาวน์โหลดมาใช้งานได้ครับ Google พัฒนาขึ้นมา ใช้ได้ฟรีครับ ความสามารถหลัก ๆ ก็เกินพอสำหรับการทำงานกับไฟล์ภาพครับ ดีขึ้นไปอีกก็คือสามารถส่งรูปภาพขึ้นเวปไซด์ หรือ BLoger ได้ แฟน ๆ ของ ACDSee น่าจะพอใจกับโปรแกรมตัวนี้ครับ การทำงานกับรูปภาพพนักงานไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ แม้ว่าเครื่องคอมพ์ของเราจะเต็มไปด้วยรูปภาพกระจัดกจะจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ โปรแกรมก็จะแสดงผลให้เราดู

3.7-Zip ผมเคยเล่าถึงโปรแกรมตัวนี้บ่อย ๆ เพราะมันเล็ก ทำงานได้กับไฟล์ที่ถูกบีบอัด หรือจะบีบอัดไฟล์ก็ได้ทั้งนั้น ตัวนี้เป็น Open Source ครับ

4.Gimpshop ถ้าเราต้องการความสามารถในการทำ Retouch ไฟล์ภาพมากกว่าที่ Picasa ทำได้ เอาเป็นว่าถ้าเราต้องการความสามารถของ Photoshop ก็ไปเอาโปรแกรมตัวนี้มาลงได้เลยครับ อันที่จริงตัวโปรแกรมหลักนั้นชื่อ Gimp (มีคู่มือเป็นภาษาไทยให้ดาวน์โหลดมาใช้ด้วยครับ) แต่ตัวนี้ชื่อ Gimpshop เพราะได้มีการปรับปรุงให้ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (Interface) มีหน้าตาคล้ายกับ Photoshop ครับ เพื่อให้ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ Photoshop สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาในการหาปุ่มหรือเมนูคำสั่งต่าง ๆ ของโปรแกรม

5.Open Office (ผมขอเรียกว่า OO น๊ะครับ) สำหรับโปรแกรมชุดนี้ ความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่า Microsoft Office 2003 เลย คู่มือก็มีให้ดาวน์โหลดเช่นกัน

6.Dia สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Visio หรืองานทางด้านผัง Flowchart หรือแผนผังองค์กรต่าง ๆ Dia เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ครับ

7.CCleaner สำหรับโปรแกรมเล็กแต่เจ๋งตัวนี้ ผมถือว่าเป็นโปรแกรมที่เราต้องมีไว้ประจำในเครื่องเลยครับ นอกจากเราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อแล้วความสามารถของโปรแกรมตัวนี้ในการกำจัดขยะออกจากเครื่องของเราก็ติดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

8.FlashGet โปรแกรมนี้จะช่วยให้เราสามารถทำการดาวน์โหลดได้รวดเร็วขึ้นครับ นอกจากนั้นถ้าการดาวน์โหลดถูกตัดขาดมันยังสามารถกลับมาทำการดาวน์โหลดต่อจากจุดที่ขาดได้ (Resume support)

9.K-Lite Codec จะดูวีดีโอ เล่น clip ก็ทำได้ .3gp ยอดนิยมก็ไม่พ้นมือเจ้านี่ครับ

10.VLC ตัวนี้เป็น audio/video ที่ดังมานานมากแล้วทางฝั่ง Open Source เราก็สามารถเอามาใช้งานทางด้านบันเทิงได้เป็นอย่างดีครับ

10.AVG 7.5 ไม่ใช่ว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสของฟรีจะดีทุกตัว AVG มีมาให้ครบทั้งสามตัวครับ ตั้งแต่ค้นหา Rootkit, Spyware, และตัวป้องกันไวรัส อัพเดททุกวันครับ ทำงานเร็วและไม่กินทรัพยากรระบบมาก

11.FireFox ถึงวันนี้ IE7 จะออกมาให้ดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องตรวจสอบลิขสิทธิ์แล้วก็ตามที ผมก็ยังคงใช้งาน FireFox เป็น web browser อยู่เหมือนเดิม เหตุผลมีมากมายครับที่ IE7 ยอมให้ดาวน์โหลดมาได้ฟรีแต่เหตุผลหลัก ๆ ที่ทาง Microsoft ยอมให้ดาวน์โหลด IE7 มาได้ฟรี ๆ หนึ่งในนั้นก็น่าจะเป็นเพราะจำนวนของผู้ที่ใช้ FireFox เป็น web browser นั้นมีเพิ่มขึ้นมากจนทาง Microsoft ไม่อาจนั่งอยู่เฉยได้

เท่านี้เองครับ เราก็สามารถมี Clean PC ได้แล้ว ใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์อะไรกันอีก ถ้าพวกเราสามารถทำแบบที่ผมพูดมานี้ได้ โอกาสที่ Windows จะสร้างปัญหาจุกจิกให้กับเราโดยไม่ได้คาดฝันก็จะลดน้อยลงไปด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่ายิ่งเราติดตั้งโปรแกรมลงไปบนเครื่องคอมของเรามากเท่าไหร่ โอกาสที่ Windows จะงอแงก็มีมากขึ้นครับ ถ้าเรามาถึงจุดที่เป็น CLean PC ได้แล้ว ถัดไปก็เดินหน้าหา Open Source ได้แบบเต็มตัวแล้วครับ หรือจะอยากจ่ายเงิน 300$ เพื่อเอา Vista มาเล่นก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าลืมว่าเราไม่สามารถใช้งาน Vista กับเครื่องกลางเก่า-กลางใหม่ได้ดีนักน๊ะครับ แล้วถ้าจะเล่น Vista จริง ๆ ก็เตรียมตัวเดิน Shopping Softwares ตัวอื่น ๆ มาเผื่อด้วยครับ

ลองหาเอามาเล่นกันดูครับ หาคู่มือใช้งานหรือวิธีใช้งานไม่ได้ก็เมลล์มาครับ ผมจะช่วยหาให้ครับ

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: , | Leave a Comment »

บทสัมภาษณ์คนที่พัฒนา Ubuntu Studio

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 19, 2008

ไปเจอในนิตยสารต่างประเทศน่ะครับ นายคนนี้ชื่อ Cory Kontros เป็น Project Manager ของ Ubuntu Studio ซึ่งเจ้า OS ที่ชื่อว่า Ubuntu นี่หล่ะครับที่ปัจจุบัน NECTEC บ้านเราเอามาดัดแปลงเป็น ลินุกซ์ทะเล จะไล่ญาติกันระหว่างลินุกซ์ทะเลกับเจ้า Ubuntu Studio นี้ก็ได้ครับ ลองอ่านกันดูครับ

Q: คุณเข้ามาอยู่กับ Ubuntu Studio ได้ยังไง
A: Ubuntu ยูสเซอร์ท่านอื่นต้องการใช้งานโปรแกรมทางด้าน audio แล้วเค้าก็มีคำถามอยู่ใน Ubuntu Forums แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน สอง สามเดือนถัดมา ผมกลายมาเป็นคุณพ่อที่ต้องเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ผมก็เลยมีเวลาที่กลับไปช่วยตอบคำถามนั้น ถัดมาในอาทิตย์นั้นเองผมก็สร้างทีมขึ้นมา สองสัปดาห์ถัดมาผมก็กลายมาเป็นผู้นำของทีม เดือนถัดมาผมก็ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Ubuntu Developers Summit ที่คาลิฟอร์เนีย
Q: พวกเค้ามักจะคิดกันว่าคุณทำงานไปแบบฟรี ๆ ถามคุณว่าคุณเองเคยรู้สึกแบบที่คนทั่ว ๆ ไปคิดหรือไม่
A: ใช่ แต่นั่นเป็นแค่มุมที่คุณมองว่าเงินคือค่าตอบแทนเท่านั้นน๊ะ อย่าเข้าใจผมผิด บางครั้งผมก็คิดเหมือนกันว่าผมไม่ได้รับผลตอบแทนเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วก็คือผมรู้สึกสนุกดีที่ได้ทำงานแบบนี้
Q: ทำไมคุณคิดว่า Software ควรจะเป็นของฟรีถ้าคนแบบคุณจะต้องลงมือทำงานอย่างหนักเพื่อให้มันทำงานได้ตามนั้น
A: ผมขอออกตัวก่อนน๊ะว่าผมจะตอบด้วยความเห็นส่วนตัวและผมก็ไม่ได้ตอบในฐานะตัวแทนของโปรเจค Ubuntu Studio ด้วย ไม่ว่ามันควรจะเป็นของฟรีหรือไม่เป็นของฟรีก็ตาม เราควรจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของสำนึกภายในของแต่ละบุคคล และผมรู้สึกว่าเราต้องปล่อยให้นักพัฒนาแต่ละคนเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้เพื่อตัวเค้าเอง ผมอยากจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่าง OS แต่ละตัวมากขึ้น ทำงานเข้ากันได้มากขึ้นและมีมาตราฐานที่มั่นคงเพื่อสิทธิ์ใน Software นั้น
Q: ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Linux ตั้งแต่คนที่เก่งมากไปและปัจจุบันคนทั่ว ๆ ไปก็เริ่มนำไปใช้กันแล้ว มัน(Linux) ควรกลายไปเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถวางขายในห้องตลาดได้หรือยัง
A: ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ใน Platform Linux ควรจะมีมากน้อยเพียงใดหรือทำออกมาขายในท้องตลาดอีกเท่าไหร่ นอกเสียจากว่าคุณกำลังพูดว่าเอาพวกที่อยู่ในตลาดอย่างเต็มตัวแบบไมโครซอฟท์หรือว่าแอปเปิ้ลออกไปก่อน คุณสามารถเดินเข้าไปในร้านคอมพิวเตอร์แล้วก็หาซื้อบางรุ่นที่เป็น Linux ได้ ผมชอบเครื่อง Dell ที่ใช้ Ubuntu เป็น OS แล้วเครื่องแลปท็อปตัวต่อไปก็จะต้องเป็นของ Dell ที่มีการลง Ubuntu เอาไว้แล้วเพื่อภรรยาของผม ผมต้องพูดว่าผมยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลง Ubuntu เอาไว้แล้วมาพร้อมกับคู่มือ ไดรเวอร์ทั้งหลาย ถึงแม้ว่าผมจะสามารถทำมันขึ้นมาได้เองทั้งหมดก็ตาม

เขียนแล้วใน Open Source | Tagged: , | Leave a Comment »

ข่าวดี (เรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้เยาว์ครับ ผู้ใหญ่ควรให้คำปรึกษาขณะอ่าน..)

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 16, 2008

พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 ประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551ซึ่ง จะทำให้หญิงซึ่งแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสแล้ว สามารถที่จะเลือกใช้ ‘นาง’ หรือ ‘นางสาว’ ได้ตามความสมัครใจ  และหญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า ‘นาง’ หรือ ‘นางสาว’ ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือ ประมาณวันที่ 4 มิถุนายน 2551

ส่วนเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วต้องใช้คำนำหน้านามว่า’นาง’คำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล

สำหรับรายละเอียดของพ.ร.บ.ฉบับนี้มีดังนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า ‘พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑’

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบการใช้คำนำหน้านามหญิงเป็นอย่างอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๔ หญิงซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้คำนำหน้านามว่า “นางสาว”

มาตรา ๕ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า ‘นาง’ หรือ ‘นางสาว’ ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

มาตรา ๖ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า ‘นาง’ หรือ ‘นางสาว’ ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามตามพระราชบัญญัตินี้

ของฝรั่งมี 3 แบบ Mr. Mrs. Miss

ของไทย? แม่งเอ้ย………… ใกล้แล้วเมืองไทย…  ถ้าคิดอะไรดีกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ ล่ะก็ ช่วยไปไกล ๆ ตีนหน่อยเถอะ…

เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »

Fight Global Warming from your desktop

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 14, 2008

ขอประทานโทษครับที่จั่วหัวเป็นภาษาต่างด้าว ผมมีโอกาสได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น เรื่องของโลกร้อนขึ้น น้ำแข็งที่ขั้วโลกจะละลาย เมืองไทยจะเหลือแค่แผ่นดินตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไปเท่านั้น บรา บรา… รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์หลายคนกล้าเอาหัวเป็นประกันว่าสิ่งที่เค้าทำนายไว้ในเรื่องนี้นั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต (แต่จะอีกกี่ปี หรือกี่ล้านปีก็ไม่รู้ ไอ้คนพูดตอนนี้น่าจะเกิดใหม่ได้หลายรอบแล้วเพราะฉนั้นเลยไปกุดหัวท่าน ๆ นักทำนายอนาคตเหล่านั้นไม่ได้) ส่วนตัวผมเองเชื่อว่าโลกกำลังพยายามปรับตัวเองให้อยู่ในสภาวะสมดุล (ผมใช้คำว่า”เชื่อ”) เพราะอะไรก็ไม่ทราบ แต่โลกไม่อยู่เฉย ๆ เมื่อตัวเองร้อนขึ้นหรอก -*-

เอาหล่ะครับมาดูกันที่โปรแกรมตัวนี้ว่ามันจะช่วยให้เราสู้กับสภาวะโลกร้อนขึ้นได้อย่างไร อันที่จริงน่าจะพูดว่าช่วยกันประหยัดพลังงานมากกว่า โปรแกรมตัวนี้จะจับตาดูการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราครับ แล้วก็จะบอกกับเราว่าเมื่อเราตั้งค่าแบบนั้น แบบนี้ เราสามารถประหยัดพลังงานไปได้เท่าไหร่ นอกจากนี้เรายังสามารถตั้งกลุ่มหรือแม้กระทั่งรวมกันทั้งออฟฟิศแล้วส่งค่าที่เราช่วยโลกประหยัดพลังงานเป็นรายงานไปที่เวปไซด์นี้ได้อีกด้วยครับ จากนั้นเค้าก็จะนำผลงานมาโพสให้เราดู ลองดูตามตัวอย่างด้านล่างครับ

ไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาก่อนเลยครับ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ จากนั้นก็ทำการติดตั้งโปรแกรม เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเราก็จะเห็นหน้าตาโปรแกรมตามภาพด้านล่างครับ

001.jpg

จะเห็นว่าโปรแกรมแบ่งหมวดของการประหยัดพลังงานออกเป็น 3 อย่างคือ ต้นไม้, น้ำมัน แล้วก็เป็นกระแสไฟฟ้า เราก็จะเริ่มเข้าไปดูในส่วนปลีกย่อยกันครับ ให้คลิกที่ Setting ได้เลยครับ จากนั้นหน้าจอของการตั้งค่าหลัก ๆ จะเปิดขึ้นมาครับ

002.jpg

เราจะเห็นว่าในโปรแกรมแบ่งเป็น 4 Tab ครับคือ General, My Power, Advance แล้วก็เป็น My Account

จะเห็นว่าตามที่ผมได้ตั้งค่าของการประหยัดพลังงานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมนั้น โปรแกรมอ่านออกมาเป็นการตั้งค่าในแบบ Medium ครับ

โปรแกรมยังแบ่งการตั้งค่าของการใช้พลังงานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราย่อย ๆ ออกเป็น 4 แบบตามที่เห็นครับ คือ

Low ก็จะประหยัดพลังงานน้อย เข้าทำนองอุปกรณ์หลัก ๆ เช่น Harddisk, จอภาพ จะไม่หยุดทำงานถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ๆ ไม่ได้ใช้งานอยู่ คือเปิดเครื่องไว้เฉย ๆ นั่นเองครับ อันถัดมาคือ

Medium ก็แบบที่ผมทำ โดยมากตาม Default ของ Windows ก็จะเป็นตัวนี้ครับ ถัดไปก็เป็น

High ก็คือว่าค่อนข้างจะประหยัดมากหน่อย

ส่วนอันสุดท้ายคือ Custom ก็หมายความว่าเราจะมาเลือกปรับเองว่าจะให้อุปกรณ์ชิ้นไหนหยุดทำงานหรือว่าเข้าสู่ Sleep mode ในเวลาเท่าไหร่)

ส่วนด้านล่างขวาของโปรแกรมก็จะบอกเราว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราใช้พลังงานไฟฟ้ามาก น้อย ขนาดไหนแล้วเราช่วยประหยัดพลังงานไปได้เท่าไหร่จากการตั้งค่า ณ เวลาปัจจุบัน

003.jpg

ในส่วนของ Tab ที่สอง (My Power) ใน Tab นี้จะแสดงให้เราเห็นว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่อยู่ในเครื่องของเราแต่ละชิ้นใช้พลังงานไปเท่าไหร่

004.jpg

ถัดมาคือ Tab Advanced ครับ สำหรับ Tab นี้นั้นเราสามารถปรับแต่งค่าได้ละเอียดลงไปอีกหน่อย ผมขอย้อนถึง Tab ที่หนึ่งสักนิด จากใน Tab General นั้น เราเองก็สามารถตั้งค่าของการประหยัดพลังงานได้เลย อย่างเช่นผมอาจจะปรับจาก Medium ให้เป็น High เลยก็ได้ ก็เอาเมาส์ลากไปที่ High ได้ครับ แต่ใน Tab Advanced นี้ เราสามารถตั้งค่าได้ละเอียดมากขึ้น อย่างเช่นผมอาจจะตั้งค่าให้จอภาพดับเองหลังจาก 2 นาทีที่ไม่ได้ทำงานก็ได้ครับ และเมื่อเราปรับค่าที่ Tab Advanced นี้ ใน Tab ที่หนึ่ง โปรแกรมก็จะเปลี่ยนค่าการประหยัดพลังงานของเราไปเป็น Custom ครับ ก็ลองเลือกปรับกันตามใจชอบครับ แล้วลองย้อนไปดูที่ Tab General ครับว่าเราช่วยโลกประหยัดพลังงานไปเท่าไหร่

005.jpg

ส่วน Tab My Account นี้ มีไว้ให้เราลงทะเบียนที่เวปไซด์ครับ เราจะทำคนเดียว เป็นกลุ่มหรือแม้แต่ทั้งบริษัทรวมกันก็ได้ครับ

006.jpg

007.jpg

008.jpg

สามภาพด้านบนเป็นตัวอย่างที่ผมปรับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ผมครับ ส่วนภาพถัดไปนั้นก็เป็นตัวอย่างที่ทางเวปไซด์รับมาจากพวกเราที่ลงทะเบียนแล้วส่งค่าที่เราได้ช่วยกันประหยัดพลังงานไปครับ ก็จะมีการโชว์ทั้งแบบสัปดาห์หรือตั้งแต่มีการใช้โปรแกรมนี้ล่ะครับ

152.jpg    17.jpg

ส่วนภาพถัดไป ทางเวปไซด์ก็จะสรุปให้เราเห็นว่าทั้งหมดที่พวกเราร่วมกันทำนั้น สามารถลดการใช้ทรัพยากรไปได้มากขนาดไหนครับ

163.jpg

ไม่ว่าท่านจะเป็นพวก tree hugger (แปลตามภาษาเฒ่าเหม็นแห่งโคกอีแร้งได้ว่า พวกกอดต้นไม้ เอ้ย.. ไม่ใช่ ๆ พวกลัก.. พวกรักธรรมชาติ) หรือไม่ก็ตามที การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุก ๆ ชีวิตบนโลกย่อมเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจบจะเอาภาพที่เครื่องผมสามารถประหยัดพลังงานมาให้ดูกันครับ ประหยัดไปได้เยอะมากกกกกกกกกกกกก.. :D

191.jpg

เขียนแล้วใน 0 or 1, Uncategorized | Tagged: | Leave a Comment »

Vista Drive..

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กุมภาพันธ์ 14, 2008

ผมเห็น Windows XP ที่มีการเปลี่ยน Icon ต่าง ๆ รวมทั้ง Theme เพื่อให้ดูเหมือนกับ Windows Vista มาก็หลายตัวแล้ว รวมทั้งการเพิ่มเมนู Click ขวาให้มีความสามารถมากขึ้น วันนี้ผมก็เลยจะเอาโปรแกรมที่แปลง Icon ของเจ้า XP เก่าของเราให้ไปเป็นแบบของ Vista มาทำเล่นกันครับ (แปลงเฉพาะ Drive ที่เราเห็นใน My Computer น๊ะครับ) ก่อนอื่นก็ไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาก่อนเลยครับ จากนั้นก็ทำการติดตั้ง เมื่อติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้วเราจะเห็นว่ามี Application เพิ่มเข้ามาอีกตัวหนึ่ง

072.jpg

จะเรียกใช้โดยคลิกที่ Vista Drive Icon ก็ได้ครับ หาได้จาก Start> All Programs> Vista Drive Icon> Vista Drive Icon

เมื่อทำเสร็จแล้วหน้าตาของ Drive ในคอมพิวเตอร์ของผมก็เปลี่ยนไป จากเดิม…

1.jpg

เป็นแบบนี้ครับ

0008.jpg

ง่ายไหมครับ :D

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: | Leave a Comment »