Nothing Else Matters

ประวัติเอกสารสำหรับ มกราคม, 2008

เตรียมตัวติดไวรัส..

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 19, 2008

ท่านอ่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะผมจะเอาไวรัสมาฝากทุกท่านครับ ในโลกของ internet ทุกวันนี้ นอกจากความน่ารำคาญที่มาจาก spam mail (บางทีผมเคยตั้งหน้าตั้งตานั่งอ่าน spam mail แล้วก็พยายามคิดว่าคนที่เป็นคนส่งเมลล์เหล่านี้มาให้ เป็นคนประเภทไหน สรุปสั้น ๆ ได้ว่า “มันก็แค่พยายามจะขายของเท่านั้นเอง”) ก็เห็นจะเป็นภัยคุกคามที่มาจากไวรัส, โทรจัน, หนอน และอื่น ๆ ในรูปแบบที่เรามักจะเรียกรวม ๆ กันว่าไวรัสนั่นหล่ะครับ คงไม่มีใครบอกน๊ะครับว่าท่านไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินคำว่าไวรัสในโลกของคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะท่านที่ใช้งานระบบปฏิบัติการณ์ยอดฮิตที่มีชื่อว่า “หน้าต่างหลายบาน” (Windows) ของบริษัท “เล็กนุ่มนิ่ม” (Microsoft) ก็น่าที่จะมีโปรแกรมที่จะช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านให้ปลอดดภัยจากการคุกคามของไวรัสทั้งหลายติดตั้งอยู่ด้วย

หลาย ๆ ครั้งที่ผมพบว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์มีความเข้าใจในเรื่องของไวรัสและการส่งผ่านไวรัสไปสู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ที่จริงแล้วไวรัสในคอมพิวเตอร์มันไม่มีขาครับ เพราะฉะนั้นมันจะวิ่งไปไหนมาไหนเองไม่ได้ มันต้องมีพาหนะที่จะพามันไป อันว่าพาหนะนี้ก็หมายถึง Media (หรือแปลเป็นภาษาโคกอีแร้งว่าสื่อ) ยกตัวอย่างเช่น Flash drive, Floppy disk (ยังมีใช้กันอยู่ไหมครับ), แผ่น CD ต่าง ๆ หรือการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งที่ใช้สาย (Wire) และไม่ใช้สาย (Wireless) เหล่านี้ก็คือพาหนะชั้นดีที่ไวรัสต่าง ๆ จะพาตัวเองเข้าไปแพร่กระจายสู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ

แต่ถ้าผมพูดแค่นี้ หลายท่านก็จะเริ่มด่าในใจว่า “เรื่องพวกนี้รู้หมดแล้ว จะมาพล่ามทำไม” ที่ผมพล่ามอยู่นี้ก็เพราะอยากให้ทุกท่านเข้าใจขั้นตอนต่อจากนี้ไปต่างหากครับ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ครับ

เจ้านายผมสั่งให้ก็อปปี้ข้อมูลในเครื่องของลูกค้าไว้ก่อน เพื่อที่จะทำการ Format แล้วติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ลงไปใหม่ (ผมเรียกวิธีการแก้ปัญหาด้วยการ Format เครื่องว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบอันธพาล :P ) ผมก็เดินไปแล้วเอา Flash Drive ไปเสียบที่เครื่องลูกค้า ทันใดนั้นด้วยความฉลาดของเจ้าระบบปฏิบัติการณ์หน้าต่างหลายบาน มันก็ทำการค้นหาว่าใน Flash dirve อันที่เพิ่งเสียบลงไปนี้มีอะไรอยู่บ้าง และใน 1/1,000,000 วินาทีเดียวกันนั้นเอง เจ้าไวรัสยอดฮิตก็จัดการเขียนตัวเองลงไปบน Flash drive ที่ผมเพิ่งเสียบลงไป ที่จริงไวรัสมันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับ มันก็แค่ทำงานตามที่มันถูกเขียนขึ้นมา แล้วความสามารถอย่างหนึ่งที่ไวรัสจะต้องมีคือการแพร่กระจายออกไป มาถึงตรงนี้แล้วท่านงงไหมครับว่าผมกำลังจะบอกว่าอะไร ที่ผมกำลังจะบอกทุกท่านก็คือ นอกจาก Flash drive ที่ผมนำมาเสียบนี้จะเป็นพาหนะให้ไวรัสแอบแฝงตัวไปด้วย แม้ว่าผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยแค่เสียบลงไปที่เครื่องเพื่อเตรียมการเก็บข้อมูลของลูกค้าเอาไว้ แต่ที่มันติดไวรัสก็เพราะว่าการเข้าไปอ่านดูใน Flash drive ของหน้าต่างหลายบานต่างหาก เพราะถ้าเราเพียงแค่เสียบ Flash drive ลงไปโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรหรือว่าเจ้าหน้าต่างหลายบานนี้พยายามทำตัวเป็นเลียขาที่ดีด้วยการ ลงมือทำก่อน-แล้วค่อยขออนุญาติทีหลังว่าจะทำหรือไม่ทำ Flash drive ของผมก็จะไม่ติดไวรัส คงจะพอเห็นภาพแล้วน๊ะครับ ทีนี้ถ้าเรารู้แล้วว่าการทำตัวเป็นเลขาหรือผู้ช่วยที่ดีของเจ้าหน้าต่างหลายบานนี้ กลับกลายมาเป็นการสร้างปัญหาให้กับเรา เราก็น่าที่จะขอให้มันไม่ต้องยุ่งกับการอ่านสื่อที่เรานำมาต่อพ่วงกับตัวมันแบบอัตโนมัติได้ (ถ้าท่านเป็นเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเป็นยูสเซอร์ แต่ไม่สามารถควบคุมมันได้ก็ต้องบอกว่าแย่แล้วครับท่าน) คือขอให้มันหยุดการทำงานแบบอัตโนมัตินั่นเอง

วิธีการก็ตามนี้ครับ (ใช้ได้กับ หน้าต่างหลายบานรุ่น XP และ 2000 ขึ้นไปครับ)

1. คลิกที่ Start> Run จากนั้นให้พิมพ์ gpedit.msc แล้วคลิก OK จากนั้นหน้าจอ Group policy จะปรากฏขึ้นมาครับ

11.jpg

2. จากนั้นให้ท่านคลิกที่เครื่องหมาย + ของคำว่า Administrative Templates ที่อยู่ด้านซ้ายมือครับ เพื่อเปิดส่วนย่อยที่อยู่ภายในออกมา หน้าจอของท่านควรจะเป็นเหมือนรูปนี้ครับ

21.jpg

3. จากนั้นให้ท่านคลิกที่คำว่า System (ทางด้านซ้ายมือน่ะครับ)

31.jpg

4. เราจะเห็นว่ามีอะไรถูกเปิดออกมาเยอะแยะ ไม่ต้องไปสนใจครับ ให้ท่านมองหาคำว่า Turn off Autoplay ที่อยู่ทางด้านขวาครับ

41.jpg

5. จากนั้นก็ให้ท่านดับเบิ้ลคลิกลงไปที่ Turn off Autoplay เพื่อเปิดเข้าไปสู่การตั้งค่าการอ่านสื่อแบบอัตโนมัติครับ หน้าจอจะเป็นแบบนี้

51.jpg

เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ก็ให้ท่านเลือกที่ Enable และที่ Drop down menu ก็ให้เลือกเป็น All drives ครับ แล้วก็คลิก Apply แล้วก็ OK จากนั้นก็ปิดหน้าต่าง Group Policy ได้เลยครับ เป็นอันเสร็จขั้นตอน

เอาหล่ะ เมื่อถึงตรงนี้ท่านก็สามารถหยุดการอ่านแผ่นหรือสื่ออื่น ๆ แบบอัตโนมัติได้แล้ว นั่นก็เท่ากับว่าถ้าเจ้าเครื่องของลูกค้าไม่อ่าน Flash Drive ของผมแบบอัตโนมัติ เจ้าไวรัสก็ยังไม่ได้วิ่งเข้าไปติดที่ Flash Drive ของผม ถูกไหมครับ แฮ่ ๆๆ

ทีนี้มาถึงเรื่องของ Flash Drive ล่ะครับ วิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ท่านรอดพ้นการติดไวรัสทาง Flash Drive ได้ก็ให้ทำดังนี้ครับ

เมื่อท่านเสียบ Flash Drive เข้าไปที่เครื่องของท่าน เจ้าหน้าต่างหลายบานก็จะไม่อ่านมันแบบอัตโนมัติอีกแล้ว แต่ถ้าเกิด Flash Drive ๘องท่านมีการติดไวรัสมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะ เมื่อท่านดับเบิ้ลคลิกเพื่อที่จะทำการเข้าถึงข้อมูลใน Flash Drive ของท่าน ไวรัสก็จะวิ่งผ่านลงไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านทันที ถ้าโชคดีโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ท่านมีอยู่ทำงานได้อย่างที่โฆษณาเอาไว้ก็จะสามารถ Delete, Heal หรือเตือนท่านถึงภัยคุกคามของไวรัสนี้ได้ แต่ผมมีวิธีการง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่งซึ่งท่านสามารถนำไปใช้ได้เลยนั่นคือ เราจะไม่ใช้วิธีการดับเบิ้ลคลิกที่ Flash Drive ครับ แต่เราจะใช้วิธีการ คลิกขวา แล้วเลือกที่ Explore (ตามรูปด้านล่างครับ) เพื่อใช้ในการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่ใน Flash Drive ของเราได้โดยที่ไวรัสบางตัวก็จะไม่ทำงานเมื่อเราใช้วิธีนี้ครับ (ผมใช้คำว่าบางตัว เพราะในอนาคตอาจจะมีไวรัสที่ฉลาดกว่าวันนี้โผล่ออกมาก็ได้)

62.jpg

ไม่ยากเลยสำหรับการใส่ใจอะไรเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราติดไวรัสยากขึ้นอีกหน่อย

ก่อนจบ ผมมี website ที่เราจะสามารถใช้เป็นที่ทดสอบประสิทธิภาพของโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เรามีอยู่ได้ครับ

เขียนแล้วใน 0 or 1 | 1 ความคิดเห็น »

Live OS เอาไปทำกันเอง…

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 18, 2008

ตั้งแต่ผมลงเรื่องของ Live OS (โดยเฉพาะ Windows Live OS) ผมก็โดนเพื่อน ๆ เหน็บไปหลายทีว่าเอามาลงแต่ไม่ยอม copy แผ่นไปให้ คุกครับท่าน คุกสิครับ แต่เอาหล่ะ ผีถึงเมรุก็ต้องเผา ว่าแล้วผมก็ไปขุดค้นความรู้มาได้เพิ่มเติมนิดหน่อย ก็พอจะเป็นแนวทางให้หลาย ๆ คนสามารถเอาไปติดคุก เอ้ยไม่ใช่… เอาไปลองทำกันเองได้ ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลย…

สิ่งที่ท่านจะต้องเตรียมหรือไปหามาก่อนก็ตามนี้ครับ

1.PE Builder ครับ

2.แผ่นติดตั้ง Windows (อันนี้ก็แล้วแต่ท่านละครับ คุก ไม่คุก หรือจะ คุก คุก คุก ก็แล้วแต่ท่านหล่ะครับ ผมไม่เกี่ยวน๊ะ ฮี่ ๆๆ) แผ่นนี้ไม่ควรจะใช้พวก สารพัด Windows XP volume X อะไรทั้งหลายนั่นหรอกครับ แต่ควรจะเป็น Windows XP ที่ไม่มีพวก Theme เหล่านั้นติดมา (ท่านอาจจะสังเกตุง่าย ๆ ดังนี้ครับ ถ้าเป็นพวกที่ยังไม่โดนดัดแปลง เวลาท่านจะติดตั้ง Windows XP หน้าจอของท่านควรจะมี กด R เพื่อให้เข้าสู่ Repair Mode ได้ ถ้าไม่มีตรงนี้ให้ท่านคิดไว้ก่อนเลยว่าท่านกำลังจะติดตั้ง Windows XP ที่โดนดัดแปลงมาแล้ว ส่วนจะใช้งานได้ดี ไม่ดี อย่างไรก็แล้วแต่ละครับ)

3.harddisk ที่มีที่ว่างสัก 1 GB ครับ

วิธีการ 

เมื่อท่านดาวน์โหลดโปรแกรมจากข้อที่ 1 มาแล้ว ก็ทำการติดตั้งลงไปบนเครื่องของท่านก่อนเลยครับ เมื่อติดตั้งเสร็จ โปรแกรมก็จะเริ่มทำงาน

1.jpg

ถ้าเป็นไปตาม default ของโปรแกรม โปรแกรมก็จะถามให้ค้นหาตัว Windows Installer (ก็พวกแผ่น Windows ทั้งหลายนั่นหล่ะครับ) ให้ท่านกด Exit ออกไปก่อน เรายังไม่ต้องรีบทำตอนนี้ สิ่งที่ท่านควรจะต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือว่าลำพังแล้ว ตัว PE Builder ที่เราเพิ่งจะติดตั้งลงไปนั้นมันจะยังไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมายนัก โปรแกรมที่เราจะติดตั้งเพิ่มเข้าไปต่างหากที่จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราใช้ Live OS ตัวนี้ได้อย่างที่เราต้องการ

ขั้นตอนต่อไป สมมุติว่าท่านเรียกโปรแกรม PE Builder ขึ้นมาแล้ว ให้เอาแผ่น Windows Installer ที่ท่านมีอยู่ใส่ไว้ใน CD Drive ก่อนครับ จากนั้นให้กดที่ Source> Search ตามภาพข้างล่างนี่ครับ

2.jpg

จากนั้นโปรแกรมก็จะทำการ Search หา Windows Installer ให้เรา ก็จะเริ่มตั้งแต่ Drive C: ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบครับว่ามันเจอกี่ตัว อยู่ที่ไหนบ้าง

3.jpg

4.jpg

5.jpg

จากตัวอย่างที่ผมทำ โปรแกรมเจอว่าที่ Drive H: ของผมมี Windows Installer อยู่ ก็กด OK ไป หน้าจอก็จะกลับสู่สภาพปกติอย่างที่เห็นครับ โดยที่ช่อง Source ก็จะมี Drive ที่เรามีแผ่น Windows Installer เอาไว้ โชว์ขึ้นมา

6.jpg

ที่จริงจากตรงนี้ไปท่านสามารถสร้าง Live OS ได้เลย โดยการเลือกที่ช่อง Create ISO Image ครับ แต่ถ้าท่านต้องการเพิ่งโปรแกรมเข้าไปให้กับแผ่น Live OS ของท่าน เราจะต้องเข้าไปเพิ่มโปรแกรมโดยการกดที่ Plugins ครับ เมื่อเราคลิกที่ Plugins หน้าจอของ Plugins ก็จะเปิดขึ้นมาครับ

7.jpg

หน้าจอของผมอาจจะดูมีโปรแกรมมากกว่าที่มีอยู่ใน Default ครับ (ไว้ตอนท้ายผมจะบอกถึงแหล่งที่ใช้ในการดาวน์โหลด Plugins เพิ่มลงไปครับ) เมื่อถึงตอนนี้ท่านสามารถจะ high light plugin ตัวที่ท่านต้องการหรือไม่ต้องการด้วยการ Click Enable/Disble ครับ เมื่อเราหาโปรแกรม (Plugin) ที่เราต้องการได้แล้ว ก็คลิกที่ Close เพื่อกลับสู่หน้าการทำงานตามปกติได้เลยครับ

8.jpg

ก็ให้เรามาเลือกที่ที่เราจะเก็บไฟล์ ISO ที่เราจะสร้าง แล้วก็กำหนดชื่อตามใจชอบครับ (ถ้าโปรแกรมมี pop-up อะไรโผล่ขึ้นมาถามหลังจากเราตั้งชื่อใหม่ ก็ให้กด yes ไปได้เลยครับ) จากตรงนี้ไปก็นั่งรอจนโปรแกรมทำงานเสร็จครับ เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะได้ไฟล์ชื่ที่เราตั้ง เป็นไฟล์แบบ ISO ถ้าต้องการนำไปใช้ท่านก็สามารถใช้โปรแกรมจะพวก CD Burning มา Burn ลงแผ่นได้เลยครับ

แล้วก็ลอง test ดู

หลายๆ ท่านคงจะพอเห็นภาพในการทำ Live OS แล้วน๊ะครับ มันไม่ได้ยากอะไรนัก คีย์ที่ผมสังเกตุเห็นก็คือ โปรแกรม Windows Installer (ผี) ตามท้องตลาดนั้น ไม่ใช่ว่าทุกตัวจะเอามาทำได้น๊ะครับ ผมเคยพบว่าบางแผ่นก็จะทำให้ขาดไฟล์บางไฟล์ไปแล้วก็เป็นเหตุให้แผ่นที่เราทำนั้นมันไม่เวิรค์ครับ

นี่เป็น Link ที่จะช่วยให้ท่านสามารถหา Plugin เพิ่มได้อีกมากมายครับ http://www.nu2.nu/pebuilder/plugins/

แต่ถ้าท่านต้องการจะทำ Plugin เอง หรือ add โปรแกรมเพิ่มเข้าไป ท่านจะต้องทำให้ออกมาอยู่ในรูปของ .CAB ครับ

ลองทำแบบ Default ให้ได้ก่อนครับ แล้วค่อยเริ่มทำแผ่นเทพ ฮี่ ๆๆ  ถ้าใครมี VMWare ก็จะช่วยให้ทดลองรัน ISO ที่เราสร้างขึ้นมาได้โดยที่ยังไม่ต้อง Burn ลงแผ่นก็จะช่วยได้มากครับ

ขอให้มีความสุขในการสร้าง Live OS ของตัวเองในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ครับ

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Leave a Comment »

สนุกกับอากู๋…

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 16, 2008

ขอคั่นเรื่องของ Live OS ด้วยเรื่องเบา ๆ แต่อาจจะมีประโยชน์สำหรับผู้ชื่นชอบการดาวน์โหลด (ของที่ไม่ควรจะดาวน์โหลด) ครับ

ผมกำลังพูดถึงอากู๋ google นี่หล่ะครับ เรามีพารามิเตอร์บางตัวที่เมื่อเราใส่เข้าไปรวมกับการค้นหาด้วยคำที่เราต้องการอากู๋ก็อาจจะพาเราไปดาวน์โหลดพวกเพลง วีดีโอ หรืออื่น ๆ ได้อีก

เปิด google ขึ้นมาแล้วให้ทุกท่านลองเอารูปแบบข้างล่างนี้ใส่ลงไปครับ

-inurl:(htm|html|php) intitle:”index of” +”last modified” +”parent directory” +description +size +(wma|mp3) “metallica”

แล้วแทน metallica ด้วยวงที่คุณชอบครับ

ส่วนอันนี้เอาไว้หาพวกไฟล์วีดีโอ

-inurl:(htm|html|php) intitle:”index of” +”last modified” +”parent directory” +description +size +(mpg|wmv) “godzilla”

ส่วนอันนี้เอาไว้หาพวกเอกสารต่าง ๆ ครับ

-inurl:(htm|html|php) intitle:”index of” +”last modified” +”parent directory” +description +size +(pdf|doc) “ubuntu″

ลองเอาไปใช้กันดูครับ

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Leave a Comment »

Live OS (ภาค 1)

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 14, 2008

วันนี้จะมาแนะนำ Live OS ตัวแรกครับ อย่างที่ทุกท่านทราบดีครับว่า Live OS นั้นมีอยู่ทางฝั่ง Linux หลายตัว แต่ทางฝั่ง Windows นั้น เราแทบจะไม่เคยเห็นกันเลย ง่าย ๆ ก็คือใส่แผ่น CD หรือ USB เข้าไป แล้วก็ Boot Windows ขึ้นมา ทำงานเหมือนเราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ตามปกติ ผมมีโอกาสได้ใช้งานแล้วก็ลองทดสอบการทำงานดู เห็นว่าน่าสนใจดีสำหรับท่านทั้งหลายที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับ ระบบปฏิบัติการณ์ Windows ก็เลยเอามาฝากกันครับ

screenhunter_01-jan-13-1526.jpg

เมื่อใส่แผ่นลงไปแล้วเปิดเครื่อง หน้าตา Bootup ก็คล้าย ๆ กับที่เราเคยเห็นกันใน Windows ครับ

screenhunter_02-jan-13-1530.jpg

รอสักพัก (จะนานขนาดไหนแล้วแต่ความเร็วของเครื่องนั้น ๆ ล่ะครับ แต่ถ้ามี RAM ในเครื่องน้อยกว่า 256 MB หล่ะก้อ ผมเคยเจอแบบ Boot ไม่ขึ้นเหมือนกัน)

screenhunter_03-jan-13-1531.jpg

ลองเรียกเข้า My Computer หน้าตาก็จะเหมือนกับที่เราใช้งานกันอยู่ตามปกติ แต่จะมี Drive B: (RAMDisk) โผล่ขึ้นมาครับ ส่วน Drive C: ที่เห็นก็คือ Drive C: ที่อยู่ในเครื่องของเราครับ

screenhunter_04-jan-13-1532.jpg

ส่วนของ Control Panel จะเป็นแบบนี้ครับ เหมือนกับ Windows ที่เราใช้งานกันอยู่ตามปกติ

screenhunter_05-jan-13-1534.jpg

นี่ครับ เราสามารถเข้าไปดู Data หรือแก้ไข File ที่เสียหายใน Windows ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องได้เลย แม้แต่การจะเคลื่อนย้ายข้อมูลไปเก็บไว้ที่อื่น นอกจากนี้ที่ผมเองใช้งานอยู่บ่อย ๆ ก็คือ Scan เพื่อตรวจหาแล้วก็กำจัดไวรัสโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมาติดที่แผ่น Live OS ของผม

screenhunter_07-jan-13-1538.jpg

เราสามารถเอาโปรแกรมตัวอื่น ๆ ที่มีมาให้แล้วมาใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น notepad หรือแม้แต่ Putty ก็มีครับ ถ้ารวมเข้ากับโปรแกรมที่สามารถรันได้จาก Flashdrive ก็นับว่ามีเครื่องมือพื้นฐานที่ดีพอตัวเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญที่ผมอยากชี้ให้เห็นคือท่านสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วย Live OS นี้แม้ในขณะที่เครื่องนั้นไม่มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์อยู่ก่อน หรือในกรณีที่วันดีคืนร้าย เจ้าเครื่องสุดที่รักดันไม่ยอม Boot ขึ้นมาดื้อ ๆ Live OS นี่หล่ะครับที่จะช่วยท่านได้ อย่างน้อยก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้แน่ ๆ

ไปตามหากันเอาเองน๊ะครับ เพราะไม่มีให้ยืม Copy ครับ เนื่องจากมันผิดกฏหมายน่ะครับ แฮ่ ๆ แต่ใบ้ให้ก็ได้ว่า search หาคำว่า BartPE น่าจะเจออะไรบ้าง

โชคดีในการล่าขุมทรัพย์ Windows Live OS ครับ

เขียนแล้วใน 0 or 1 | 1 ความคิดเห็น »

แด่คุณศพผี

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 13, 2008

f30348_1795a.jpg

ถ้าอคติทั้งหลายที่โดนเปิดเผยออกมา ท่านยังไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ อีก 

ก็สู่สุขติเถิด….

เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »

gOS

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 13, 2008

ผมทำ screenshot ของ gOS หายไประหว่างที่ย้ายมาบ้านใหม่หลังนี้ วันนี้ก็เลยเอามาให้ชมกันใหม่ครับว่า gOS หน้าตาเป็นอย่างไร ใครที่มีความสุขกับอากู๋ (google) ก็น่าจะลองชำเลืองมองดูบ้าง มันเป็น OS ที่เอา Ubuntu 7.10 มารวมเข้ากับ google ได้อย่างลงตัว มันจึงมีทุกอย่างพร้อมให้ทุกท่านใช้งานครับ เริ่มตั้งแต่งาน office ทั่ว ๆ ไป จนถึง google map ครับ

sshot-1.jpg

หน้าตาตอน start เครื่องขึ้นมาก็เป็นแบบนี้ครับ

sshot-2.jpg

นี่เป็นหน้าตา login เข้าสู่ระบบ แล้วก็เป็นไปตามต้นตระกูลของมัน ท่านต้องทำการใส่ user name แล้วก็ password ก่อนเพื่อทำการ login ครับ

sshot-3.jpg

นี่เป็นพื้น desktop ครับ หน้าตาก็ดูแปลก ๆ ไปสักหน่อย แต่ก็เรียบง่ายดี เมื่อ click mouse (ซ้าย) เราก็จะได้ menu ขึ้นมาครับ คลิกตรงไหนของจอก็ได้

sshot-4.jpg

ตัวอย่างของโปรแกรมหลักที่มีมาให้ครับ

sshot-5.jpg

คู่ปรับของ Microsoft office ก็มาครับ Open Office

sshot-6.jpg

ถ้าต้องการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม ก็ทำได้ง่าย ๆ ครับ (เอ่อ… ถ้าจะให้ดีท่านควรจะมี internet ไว้ใช้ในการดาวน์โหลดน๊ะครับ)

sshot-7.jpg

docking ที่ดานล่างของจอครับ เป็นที่รวบรวมโปรแกรมที่เราใช้บ่อย ๆ

ที่ผมเอามาให้ดูนี่เพราะอยากให้เราเปิดตาดู OS ตัวอื่น ๆ บ้าง โลกทั้งใบไม่ได้มีแค่ Windows น๊ะครับ ตัว gOS นี้ เท่าที่ทราบก็เห็นมีวางขายในอเมริกามาได้ระยะหนึ่งแล้วครับ (ขายพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท่านไม่ต้องเสียเงินซื้อเจ้า OS ตัวนี้น๊ะครับ เพราะมีให้ท่านดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ๆ แต่ที่มีวางขายนั้นคือเค้าขายพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์เลยครับ)

แวะไปที่เวปไซด์เค้าได้ครับ http://www.thinkgos.com/ 

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Leave a Comment »

เบื่อ..

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 12, 2008

เจ๊เห็ดสดบอกจะฟ้องทุกคนที่เอาเรื่องของลูกสาวเธอโดนบังธิบ้ากามขอตัวไปเป็นหน้าห้องมาเปิดเผยต่อสาธารณะชน อย่างลูกเดี๊ยนเนี่ยน๊ะ เป็นถึงผู้พิพากษา ใครจะขอตัวไปทำงานได้ต้องระดับ นาย ก เท่านั้น ย้ำว่าต้อง นาย ก เท่านั้น ฉันจะฟ้องพวกที่เอาข้อมูลโกหกนี้ทุก ๆ คนเลย (พูดจาสร้างความเสียหายแบบนี้แล้วใครจะมาขอลูกสาวเดี๊ยนล่ะ)ฮึ ฮึ เฒ่าเหม็นกระแอมด้วยความหมั่นใส้ พลางนึกในใจ หมาเห่าน่ะมันไม่กัดหรอกเว้ย จะฟ้องก็รีบ ๆ ฟ้องเลย แล้วไอ้ที่จะไปขอให้กระทรวงยักษ์ตาเขียวปิดเวปที่เค้าเอาเอกสารเรื่องนี้มาประจานก็เอาเล้ย ประเทศสารขัณธ์นี่มันจะได้กลายเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบซะที ศักดินาทำเหี้ยอะไรก็ไม่เคยผิด แต่ถ้าพวกมึงเป็นคนธรรมดา แค่อ้าปากหายใจเข้าทางปากมันก็ว่าผิดแล้ว เพราะคนเราต้องหายใจเข้าทางจมูกเท่านั้น (ในนิยามของพวกศักดินา)

เสียงดังมาจากวิทยุข้างกายเฒ่าเหม็น เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน…ลอยมากระทบประสาทรับรู้ทางเสียงของเฒ่าเหม็นโดยบังเอิญ  เพลงบ้าอะไรว๊ะสมรสโดยไม่มองหน้ากันแล้วชาตินี้มันจะคุยกันรู้เรื่องไหมนั่น เฮ้อ .. เฒ่าเหม็นบิดกายขับไล่ความเมื่อยออกไปจากตน แล้วก็หมุนหาคลื่นใหม่ .. เธอไม่ร้ากฉ้าน…เออ ๆ เอาเข้าไปมึง นี่ก็เพลงอกหักอีกแล้ว สงสัยว่าคนไทยจะชอบเสพความเจ็บปวด เพราะมันมีแต่เพลงที่ว่าด้วยการอกหักล้วน ๆ เฒ่าเหม็นมองวิทยุพลางนึกไปถึงวันเวลาแห่งบุปผาชนที่ตนเองขณะนั้นยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ยุคที่ Bad company, Judas priest, แล้วยังมีวงอะไรอีกหว่า… เฒ่าเหม็นพยายามลำลึกถึงความหลังแต่ก็นึกชื่อวงที่มันแต่งหน้าเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ออกมาเล่นคอนเสิรต์ไม่ออกว่ามันชื่อวงอะไร เหอะ ช่างหัวมัน วัน เวลา มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว กีตาร์เทพระดับตำนานอย่าง แหลม มอริสันหรือว่า กิตติ กีตาร์ปืน ถูกแทนที่ด้วยศิลปินอีโม่สี่คอรด์ เล่นกีตาร์ได้สี่คอรด์ ทำท่าโยกหัวให้ได้อารมณ์พอดูดี หน้าตานักร้องนำระดับหมอนวดกรี๊ด ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างชื่อเสียงในโลกของอุตสาหกรรมดนตรีในดินแดนสารขัณธ์นี้ อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง เหอะ ๆ สมน้ำหน้าพวกมันที่สุดท้าย การระบาดของเพลงทางอินเตอร์เน็ตที่มีให้ดาวน์โหลดโดยไม่ต้องเสียเงินก็สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมดนตรีเมืองไทยอย่างมากมาย ในเมื่อไม่มีอะไรฟังก็ปิดเถอะวะตาเหม็นเสียงยายแม้นตะโกนออกมาด้วยความดังระดับ 60 เดซิเบล เฒ่าเหม็นเงยหน้ามองเมียคู่ทุกข์ คู่ยาก พร้อมนึกในใจ วันนี้มันกินอะไรมาว๊ะ ถึงพูดด้วยเสียงน่าฟังขนาดนี้ ปกติมันต้องตะโกนใส่กูในระดับ 160 เดซิเบลนี่หว่า เมื่อไม่แน่ใจบวกกับอารมณ์ที่เป็นปกติ…

เฒ่าเหม็น ข้าก็ว่าอย่างนั้นหล่ะยายแม้น แต่เห็นมันเงียบ ๆ ข้าก็เลยลอง ๆ หมุนหาอะไรฟังดู

ยายแม้น แล้วพวกการบ้าน การเมืองล่ะ มีอะไรคืบหน้ามั่งล่ะ ลุงชมพู่ของมึงล่ะจะได้มีวาสนาเป็นนาย ก กับเค้าบ้างไหม

เฒ่าเหม็น กูก็ไม่รู้เรื่องอะไรนักหรอก เพราะไม่ได้อ่านข่าว ฟังข่าว อะไรมานานละ เบื่อ..

ยายแม้น เมื่อกี้มึงพูดว่า เบื่อ เหรอ

เฒ่าเหม็น เออ… กูพูดว่า เบื่อ ทำไม มันผิดตรงไหน ก็กูเบื่อเรื่องการเมืองเต็มทนนี่หว่า

ยายแม้น มึงเบื่อไม่ได้หรอกตาเฒ่าเอ้ย… ไม่ช้าก็เร็ว แกก็จะต้องกลับมาตามข่าวเรื่องพวกนี้เหมือนเดิม เพราะสันดานห….ไม่ทันที่ยายแม้นจะพูดจบ เฒ่าเหม็นก็ตะโกนสวนออกมา อ้าว ๆ อีแม้น มึงพูดให้มันดี ๆ น๊ะ มึงอย่ามาด่ากูแบบนี้ กูไม่ใช่หมาอย่างที่มึงกำลังจะด่าน๊ะ

ยายแม้น ใครบอกมึงว่ากูจะด่ามึงว่า หมา กูจะพูดว่า …สันดานหัวหน้ากลุ่มพัฒนาหมู่บ้านอย่างมึงน่ะ หยุดพูดเรื่องนี้ไม่ได้หรอก เพราะมันอยู่ในสายเลือดของมึงแล้ว เฒ่าเหม็น… แกคงจะเบื่อได้ แต่แกก็ต้องกลับมาตามเรื่องนี้ต่อ ข้าน่ะรู้จักแกดีกว่าใคร ๆ ในโลกนี้ หรือแกจะเถียงว่าไม่จริง

เฒ่าเหม็นก้มหน้าไม่ได้ตอบโต้อะไร ในใจก็คิดว่า เออ ก็จริงของมัน เออนี่ยายแม้น ไอ้วงดนตรีที่เมื่อก่อนเราเคยดูกัน ที่มันแต่งหน้าเป็นรูปสัตว์นี่มันชื่อวงอะไรว๊ะ ข้าว่าจะขอให้นังหนูมันหามาให้ฟังอยู่

ยายแม้น มันชื่อว่าวง Kiss แล้วแกนึกยังไงถึงอยากฟังเพลงแบบนี้อีก ข้าไม่เห็นแกฟังมาตั้งนานแล้วนี่นา

เฒ่าเหม็น ข้าก็อยากฟังดูอีกที เผื่อจะเข้าใจความคิดของตัวเองสมัยที่ข้ายังเด็กอยู่น่ะ เผื่อว่าข้าจะได้ไม่ต้องมานั่ง เบื่อ……. กับเรื่องของความบ้าอำนาจ แย่งชิง อิจฉา ริษยา ในบ้านนี้เมืองนี้น่ะยายแม้น

เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »

ทำไมต้องใช้ หรือไม่ใช้ Linux (ภาคจบ)

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 12, 2008

วันนี้ผมจะมาพูดถึงตอนจบของเรื่องที่ว่า ทำไมท่านควรใช้ Linux แล้วทำไมท่าน ๆ ทั้งหลายไม่ควรจะใช้ Linux ที่จริงระบบปฏิบัติการณ์แต่ละตัวก็จะมีความสามารถและเหมาะสมในการทำงานที่แตกต่างกัน เข้าทำนองว่า ชอบอันไหนก็ใช้อันนั้นเถอะครับ แต่ผมขอจบเรื่องราวอันเป็นข้อถกเถียงที่เป็นอมตะในวงการคอมพิวเตอร์เสียก่อนค่อยไปว่าเรื่องอื่นต่อ

เอาหล่ะครับมาเริ่มกันเลยว่า ทำไมท่านควรที่จะฝากชีวิตไว้กับ Windows ต่อไป

1.มีโปรแกรมบางอย่างที่ท่านต้องใช้งาน แล้วโปรแกรมเหล่านั้นไม่มีตัวไหนเลยที่ทำงานบน Linux เพราะฉนั้นท่านก็จำเป็นที่จะต้องใช้งาน Windows ต่อไป แต่คงอีกไม่นานนักครับที่โปรแกรมเหล่านั้นจะสามารถทำงานบน Linux ได้หรือก็จะมีโปรแกรมตัวอื่น ๆ มาให้ท่านสามารถใช้แทนได้บน Linux

2.คุณเป็นนักเล่นเกมระดับ hardcore ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องยอมรับกันละครับว่าท่านคงต้องพึ่งพา Windows ต่อไป เนื่องจากใน Linux นั้น เกมที่มีให้ท่านเล่นคงดูน่าเบื่อสักหน่อย เว้นแต่ว่าท่านจะลงทุนซื้อเกมคอนโซล (เช่นพวก PS3, XBOX, หรือตัวอื่น ๆ) มาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะแล้วก็เอาคอมพิวเตอร์ไปทำงานที่คอมพิวเตอร์ควรจะทำ

3.คุณเป็นคนที่ทำงานทางด้านสื่อ-สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ถ้าท่านเป็นคนในกลุ่มนี้ ผมเองก็ยังมองว่า Windows ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง ถ้าในงานสื่อ-สิ่งพิมพ์นั้น ผมก็ยังเชียร์ให้ท่านมองมาที่ Mac น่าจะดีกว่าครับ อย่าลืมว่าวันนี้ ราคาขายของเครื่อง Mac ก็ถูกลงมากแล้วนะครับ (แต่ก็น๊ะ เทพก็ยังเป็นเทพอยู่อย่างนั้น ระดับถูก ๆ ก็ใกล้ ๆ หกหลักอ่ะครับ นี่เราพูดถึงเครื่องในระดับ high performance ของ Mac น๊ะครับ)

4.ข้อสุดท้ายนี่เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวของผู้ที่อยากใช้งาน Linux แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้เพราะว่า Linux ไม่รู้จัก hardware ที่เครื่องของท่านมี ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึงคำว่า “device driver” ที่อยู่ในโลกของ Windows อยู่ครับ เมื่อท่านทำการติดตั้ง Windows เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านจะต้องลง Drivers ให้กับอุปกรณ์ทุกตัว (ก็ว่ากันตั้งแต่ printer, webcam, soundcard… อะไรทำนองนั้นครับ) เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพตามที่ผู้ผลิตได้ออกแบบไว้ นี่อาจจะเป็นจุดด้อยเพียงข้อเดียวที่ Linux ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา เพราะถ้าท่านเลือกจะติดตั้ง Linux แล้ว แต่ภายหลังท่านพบว่า Linux ไม่รู้จักอุปกรณ์เหล่านั้น ท่านอาจจะต้องออกแรงหรืองัดวิชาความรู้กันสักหน่อยกว่าที่ท่านจะสามารถทำให้มันทำงานได้ (เวปแคมของผมเองยังไม่ยอมทำงานบน Ubuntu เลยครับ - -“ เพราะหา driver ไม่ได้ ฮี่ ๆ ) แต่ในปัจจุบันนี้ Linux ก้าวหน้ามากในการรองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยผู้ผลิตหลายรายก็พยายามออก driver มาให้คนที่ใช้งาน Linux ได้ดาวน์โหลดไปใช้งานกัน

ผมได้พูดถึงเรื่องที่ว่า ควร-ไม่ควรใช้ Linux มาถึงบทสรุปกันหล่ะ (บอกก่อนน๊ะว่าผมแปลเอามาดื้อๆ แต่บทสรุปนี้ก็จะมีความคิดเห็นส่วนตัวของผมปนลงไปด้วย)

ถ้าท่านอยากลองใช้ Linux ท่านมีทางเลือก 2 ทางคือ

1.หา Linux Live (ผมจะพูดถึงเรื่องของ Live OS ในตอนต่อไปครับ) มาลองเล่นดูบนเครื่องของท่านโดยที่ไม่ต้องทำการติดตั้งลงไปบน hard disk ของท่าน เรียกว่าลองเล่นดูบรรยากาศและหน้าตา Interfaces ต่าง ๆ ของ Linux ก่อนครับ ดูว่าเป็นอย่างไร ชอบ-ไม่ชอบอย่างไร

2.ท่านสามารถทำการติดตั้ง Linux ลงไปได้แม้นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านจะมี Windows ติดตั้งอยู่ก่อนหน้าแล้วก็ตาม (โปรดปรึกษาผู้ชำนาญก่อนครับ เพราะมันจะมีอยู่ 2-3 เรื่องครับที่ท่านควรจะทราบก่อนลงมือติดตั้ง Linux ลงไปในระบบที่มี Windows ติดตั้งอยู่ก่อนหน้าแล้ว)

3.Linux ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการณ์ที่ดูมีสีสัน สวยงามอย่างที่เห็นใน VDO น๊ะครับ นั่นเป็นแค่เปลือกนอกของมันเท่านั้น สิ่งที่น่าจะเป็นจุดแข็งที่สุดของ Linux คือความมีเสถียรภาพครับ ถ้าท่านย้อนไปถามว่าใครเป็นคนสร้าง Linux ขึ้นมา ท่านก็จะพบคำตอบว่านาย Linus เป็นคนสร้าง Linux ขึ้นมาเป็นคนแรก แต่คนที่ทำให้กลายมาเป็นระบบปฏิบัติการณ์ เพนกวินมหาภัย ที่สั่นสะเทือนอาณาจักร Microsoft ได้ก็คือชุมชนคนรัก Linux ทั่วโลกครับ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เรารับรู้กันมานานแล้วว่า Programmer, Software engineer, คนกวาดถนนในนิวยอรค์ที่สนใจเรื่องคอมพิวเตอร์, และผู้คนหลากหลายวงการ จากทุก ๆ ส่วนของโลกเป็นกลุ่มคนที่ร่วมกัน พัฒนา, แก้ปัญหา, ใช้งาน, แจกจ่าย ก็รวม ๆ ทุก ๆ อย่างหล่ะครับ มันจึงได้โต แล้วก็แตกแขนงออกไปเป็นหลายค่ายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ถ้าท่านพอจะมีความเข้าใจใน Linux สักนิดหน่อย ท่านเองก็สามารถเอามันมาพัฒนาต่อ แก้ไข หรืออื่น ๆ ให้เป็น OS ของท่านเองก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ตอบได้หรือยังครับว่าท่านอยากลองใช้เพนกวินมหาภัยตัวนี้ดูบ้างหรือเปล่า

ที่มา http://www.whylinuxisbetter.net/

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Leave a Comment »

screen capture of my ubuntu

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 11, 2008

เขียนแล้วใน 0 or 1 | Tagged: , | Leave a Comment »

nothing else matters…

แสดงความเห็นโดย nothingfix บน มกราคม 9, 2008

เขียนแล้วใน Music.. | Leave a Comment »