จากวันนี้ไปผมก็จะเริ่ม Series เรื่องยาว หนัก โหด ถ่อย ดี เลว และอื่น ๆ รวมทั้ง workshop แบบ DIY (เอาไปมั่วกันเอง) มาบอกเล่าให้ฟังแล้วก็ลงมือทำไปพร้อม ๆ กัน ก็ตามชื่อของเรื่องครับ คือ OS แห่งชาติ หรือระบบปฏิบัติการณ์ชาติไทย ที่จริงก็ไม่มีใครออกมาบอกว่าเจ้า OS ตัวนี้เป็นของไทยหรอกครับผมเข้าใจว่ามีสาเหตุหลายอย่าง ว่ากันตั้งแต่มูลค่าการตลาดของ Software ที่เป็นแบบถูกต้องกับ Software ไม่ถูกกฎหมาย(แต่ถูกกับกระเป๋าสตางค์ของผู้ซื้อ) ย้อนหลังไปเมื่อหายปีก่อนมีคนไทยกลุ่มหนึ่งร่วมกันพัฒนา OS ที่มีแกนมาจาก Linux แล้วพัฒนาจนสามารถใช้ร่วมกับภาษาไทยได้เป็นอย่างดี แล้วก็มีการพัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ หลายท่านอาจจะถามผมว่าทำไมต้องพัฒนา Linux ทำไมเราไม่พัฒนา Windows แล้วทำไมเราจะต้องมาสนใจไอ้ OS ตัวนี้ในเมื่อ Windows เองก็สามารถทำงานกับภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ความเข้าใจตรงนี้ก็ถูกครับแต่คงไม่ทั้งหมด ท่านเคยคิดกันไหมครับว่าปีหนึ่ง ๆ เราต้องจ่ายเงินเป็นค่า Software เหล่านี้เป็นเงินเท่าไหร่ เอาเป็นว่าเพราะ Linux มันเป็น Open Source ครับ แปลเป็นไทยตามภาษาเฒ่าเหม็นแห่งโคกอีแร้งได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการณ์ที่เปิดเผยตัวคำสั่งที่เขียนขึ้นทั้งหมดและอนุญาติให้คนอื่น ๆ สามารถนำไปดัดแปลงได้ (อยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ลองโทรสอบถามไปที่ +66 2263 6888 ดูครับ แล้วถามเค้าว่าผมขอ Source Code ของ Windows xp หน่อยครับ (ทำใจไว้ด้วยน๊ะครับ ท่านอาจจะโดน…ได้ แถมว่าถามอะไรก็ไม่รู้กระบือบกจริง ๆ ฮ่า ๆๆ) ถ้าเค้าให้ท่านได้ก็แสดงว่ามัน(บ้าไปแล้ว) ถ้าเค้าเอามาให้ท่านก็แสดงว่ามันเป็น Open Source แต่ถ้าไม่มันก็น่าจะเป็น Close Source ทีนี้พอจะนึกภาพออกรึยัง)
กลับมาที่ Linux เค้าว่ากันว่าบิดาของ Linux ชื่อ Linus Torvalds หน้าตาแกเป็นแบบนี้
แต่ Linux โตขึ้นมาได้ไม่ใช่เพราะ Linus คนเดียว แต่เป็นสังคมของคนที่เห็นตรงกัน ช่วยเหลือกัน เขียนโปรแกรมด้วยกัน ร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโปรแกรมและ ฯลฯ (ภาษาต่างด้าวเรียกว่า community มั้ง) และเนื่องจากไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถเอาเจ้า Linux ไปพัฒนาต่อได้ ดัดแปลงได้ตามความต้องการจึงทำให้ Linux แตกออกไปเป็นระบบปฏิบัติการณ์ที่น่าจะมีหลายชื่อหลายตัวมากที่สุดในโลก (ภาษาต่างด้าวเรียกว่าหลาย distro) ใครอยากอ่านประวัติหรือที่มาที่ไปของ Linux แบบเต็ม ๆ ก็เชิญสอบถามได้จากอากู๋หรือว่าน้องวิกกี้ได้เลยครับ
ขอผ่านเรื่องของประวัติศาสตร์ไปก่อนครับ เราจะเข้าสู่ยุคปัจจุบันซึ่งเรามี OS ที่เป็นสัญชาติไทยแล้ว แล้วก็ออกมาหลายรุ่นแล้วโดยชื่อของมันก็คือ ลินุกซ์ทะเล นับจากเริ่มต้นมาจนถึงวันนี้ก็มี version 8 แล้ว ส่วน version 9 ก็เป็น beta 2 แล้ว เราคงได้เห็นตัวเต็ม ๆ ในเร็ววัน แต่ถึงจะไม่เต็มผมก็จะแนะนำให้เอาไปเล่นกัน (ผมตั้งใจว่าจะทำไปพร้อม ๆ กับพวกเรานี่หล่ะครับ โดยอาศัย VMWare ไปก่อน ก่อนจะลงไปสู่การติดตั้งลงเครื่องจริง ๆ ที่แนะนำแบบนี้เพราะผมถือคติปลอดภัยไว้ก่อนครับ ส่วนใครที่เป็นระดับ Advance แล้วจะข้ามไปโดยไปหาความรู้ที่เวปของ ลินุกซ์ทะเล เองเลยก็ได้น๊ะครับ ที่นั่นมีคนมากมายที่พร้อมจะข่วยมือใหม่ให้เข้าสู่โลกของ Linux ได้ง่ายขึ้นครับ)
OS ที่น่าจะถือว่ามีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกคือหน้าต่างหลายบาน (ก็แน่ล่ะ ไม่งั้น Bill Gate มันจะรวยอะไรได้มากขนาดนั้น) ลองลงมาน่าจะเป็น Apple (โดนกัด) ถัดมาก็เป็น Ubuntu (จริงเท็จไม่ต้องถามเพราะผมมั่วเอาล้วน ๆ) แล้วก็เป็น Ubuntu นี่หล่ะที่ลินุกซ์ทะเล version 9 หยิบเอามาพัฒนาต่อยอด
มาถึงเรื่องสำคัญแล้วครับนั่นก็คือท่านควรจะมีสิ่งเหล่านี้ก่อนที่เราจะลงดำน้ำทะเลกัน
1. iso ไฟล์ของ ลินุกซ์ทะเล 9 ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ
2. VMWare ที่ติดตั้งเรียบร้อยแล้วก็พร้อมที่จะใช้งานโดยสร้าง Virtual Machine เอาไว้เพื่อลองรับลินุกซ์ทะเลแล้ว
3. เวลาว่าง
4. และข้อสุดท้ายที่ท่านต้องมีคือ ความกล้าครับ ฮ่า ๆ ๆ ผมไม่ได้ล้อเล่นน๊ะ เผื่อลง ๆ ไป windows ของท่านดับอนาถไปล่ะก้อ ให้คิดก่อนเลยว่ามันเป็นความบ้าของตัวท่านเอง (ตูไม่น่าเล้ย ฮ่า ๆ ๆ) ไม่เกี่ยวกับเจ้าลินุกซ์ทะเลสักหน่อย
เข้าทำนองเราว่ายน้ำยังไม่แข็งแรงแต่ก็ต้องลงไปว่ายน้ำ(ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือถูกเพื่อน ๆ ถีบลงไปก็ตาม) ก็น่าจะเตรียมตัวไว้ก่อน เอาน่ายังไงเสียมันก็ไม่แย่เท่ากับโดนฟ้าพิฆาตจากหน้าต่างหลายบานหรอกครับ ฮ่า ๆ

































































