แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 31, 2007
ประเทศไทยมีการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ประเทศสารขัณฑ์มีการปกครองภายใต้ระบอบเปม มารธิปไตย อันมีปฏิวัติเป็นระยะ ๆ
อือม… วันนี้ เจ้าประคุณ สมเด็จ เปมาดอ เริ่มเดินสายโชว์พลังอีกครั้ง ย้อนเวลาไปเมื่อไม่นานก่อนทักกี้จะถูกถีบออกจากดินแดนสารขัณฑ์ เจ้าประคุณ สมเด็จ เปมาดอ ก็ทำการเดินสายไปทั่วทุกแห่งแบบนี้เช่นกัน โอ้พระเจ้าทอดกล้วย… อาเภทอันใดจะเกิดกับดินแดนสารขัณฑ์นี้อีกเล่า พี่ น้อง ทั้งหลาย โปรดตั้งตนให้อยู่ในความไม่ประมาท อ่านข่าวและเก็บข้อมูลจากทุกด้านเท่านั้น จะสามารถทุเลาอาการที่เกิดจาก power play fuck up disease ได้ มีข้อมูลจากหลายแห่งและหลายรูปแบบที่บ่งชี้ตรงกันว่า เป็นเพราะผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ที่ทำให้สังคมสารขัณฑ์ต้องยุ่งเหยิงอยู่อย่างนี้ แต่ในความเห็นส่วนตัวของผู้เฒ่าเหม็นแห่งทุ่งอีแร้งกลับบอกว่า ไม่จริง เพราะที่จริงแล้วความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้น เป็นเพราะนิสัย (กล่าวอีกในหนึ่งได้ว่า สันดาน) แบบ กบเลือกนายของคนไทยเอง.. (ยังไม่ทันที่เฒ่าเหม็นจะพูดจบ รองเท้าบาจาเบอร์ 42 ก็ลอยมาอุดปากแกไว้ก่อน)” ไม่จริง” เสียงของยายแม้นผู้เป็นศรีภริยาลอยตามรองเท้ามาด้วยความเร็วแสง “อ้าวถ้าอย่างนั้นมันเพราะอะไรเล่า” ตาเฒ่าเหม็นถามด้วยความโมโห พลางเดินหามีดอีโต้ที่เผลอลืมวางไว้แถว ๆ นั้น “เพราะว่าทักกี้โกง ทักกี้ขายชาติ ทักกี้อยากล้มบัลลังก์ราชวงศ์เพื่อเป็นใหญ่เอง” ยายแม้นตอบด้วยความมั่นใจ “เมิงรู้ได้ไงอีแม้น” “กูดู ass tv กับข่าวทุกวัน เมิงมันโง่มัวแต่นั่งดู cnn อะไรของมึงนั่นน่ะ” เฒ่าเหม็นหยุดเดินพร้อมกับนึกในใจ นี่อีแม้นมันจะรู้ไหมว่ากูดูแต่ภาพฟังไม่รู้เรื่องหรอกถ้าอีหนูเล็กลูกสาวแก จะไม่นั่งแปลให้ฟังข้าง ๆ แต่ด้วยความมีศักดิ์ศรีทำให้เฒ่าเหม็นเชิดหน้า พร้อมกับยิ้มแสยะที่มุมปาก มองหน้าคู่ทุกข์คู่ยากอย่างนังแม้นแล้วพูดว่า “เพราะอย่างงี้ไง กูถึงส่งอีหนูเล็กให้เรียนหนังสือ มันจะได้ไม่โง่ดักดานเหมือนใครบางคนที่เอาแต่ฟังเค้ามาโดยไม่เคยคิดต่อเอาเลยว่ามันจะจริง ไม่จริง ยังไง” “อ้าว นี่มึงด่าว่ากูโง่เหรอไอ้เหม็น” เสียงยายแม้นตะโกนไล่ตามก้อนหินที่พุ่งตรงมาใส่กะบาลเฒ่าเหม็นอย่างเหมาะเหม็ง “พอ ๆ ได้แล้วทั้งสองคนน่ะแหละ” เสียงหนูเล็กตะโกนห้ามปามบุพการีของเธอ “ไอ้เรื่องการเมืองเนี่ย หนูขอเถอะ เราไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปยังไง ใครดี ใครชั่ว แม่ก็เชื่อแต่ไอ้ ทีวีตูด (ass tv) นั่นแหละพ่อก็ดูแต่สงครามในอิรัก แล้วจะคุยกันได้รู้เรื่องไหมเนี่ย” “อ้าวอีหนู.. แล้วจะให้พ่อกับแม่แก คุยกันเรื่องอะไรได้ล่ะ ทุกวันนี้ในทีวี ใน หนังสือพิมพ์ มันก็มีแต่ข่าวแบบนี้ทั้งนั้น” เสียงเฒ่าเหม็นเอ่ยขอความเห็นใจจากลูกสาว “ใช่ ๆ นังหนู แม่กับพ่อแกก็ไม่รู้จะคุยอะไรกัน พ่อแกก็ไม่ดูละครกับแม่ด้วยสิ” “เฮอะ ๆ ดูเข้าไปเถอะมึง ไอ้ละครโคดเน่านั่นน่ะ สังคมถึงได้เละเทะแบบนี้ เพราะมึง…” พลั่ก เสียงของวัตถุที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นอะไรแต่รูปร่างคล้ายสากกระเบือปลิวมาโดนฝาบ้านข้าง ๆ เฒ่าเหม็นที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ “พ่อ หนูบอกให้พอไง” “เออ ๆ ถ้ามึงยังไม่หยุดด่าละครกูน๊ะ คราวต่อไป กูจะเอาสากกระเบือยัดปากมึงล่ะ ไอ้เหม็น” เฒ่าเหม็นไม่พูดอะไรอีก ลุกขึ้นยืนแล้วแหงนมองฟ้า นึกในใจว่านี่ขนาดในบ้านกูเองยังเป็นอย่างนี้ แล้วข้างนอกนั่นมันจะเดือดขนาดไหน
สื่อแปลว่าตัวกลาง ตัวกลางที่ดีในความหมายของเฒ่าเหม็นย่อมหมายถึง cnn ส่วนของยายแม้นน่าจะเป็น ass tv (โปรดสังเกตุคำว่า ass ที่แปลว่าตูด) ไม่อยากเติมคำว่า hole เพราะเดี่ยวจะต้องหานิยามของสื่อรูปแบบนี้ใหม่อีกครั้ง วันนี้สื่อได้พร้อมใจกันเป็นสัตว์เลี้ยงให้กับรัฐบวมฉบับแก๊งค์ คน มัน ชั่ว อันมีสมเด็จเปมาดอเป็นหัวหน้าไปกันหมดแล้ว เรื่องนี้ไม่มีอุธาหรณ์อะไรเพราะมันเป็นการใช้อำนาจของคนที่มีอำนาจ ก็เท่านั้นเอง แต่ว่าอำนาจนั้นไม่ได้อยู่ยั่งยืนอะไร วันหนึ่งวันใดข้างหน้าคงจะเป็นคนอื่น ๆ ที่ขึ้นมาเสวยสุขกันต่อไป โดยมีเฒ่าเหม็นและยายแม้นเป็นกองเชียร์
ไปโหลดไฟล์ได้ที่นี่
http://www.savefile.com/files/931519
ที่มาของไฟล์และเครดิต
http://forum.sanook.com/forum/index.php/topic,2047003.0.html
ขอจงเจริญ ๆ ลงเถอะน๊ะท่านเปม นรกรออยู่อ่ะ
เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 30, 2007
ห้าทุ่มสี่สิบเก้านาที ม็อป นปก บางส่วนยังคงอยู่ที่สนามหลวง บางส่วนกลับบ้าน บางส่วนยังอยู่บริเวณบ้านของเกย์เฒ่าอัปรีย์สี่เสา สงครามนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง มันเกือบจะเหมือนพฤษภาทมิฬ อา… เรื่องมันผ่านมานานแล้ว แต่ทุก ๆ ความทรงจำของผมยังอยู่ นายกรัฐมนตรีฤาษีเลี้ยงเต่าผู้สวมเครื่องแบบมารเขียวในยุคนั้น คน ๆ เดียวกับที่ไล่กระทืบหมอ ตบพยาบาล ที่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้บาดเจ็บในพฤษภาครั้งนั้น วันนี้ได้ดิบได้ดีเป็นถึงผู้นำประเทศ ความอุบาทว์ บัดซบ อัปรีย์จึงบังเกิดกับประเทศสารขัณธ์อีกครั้งหนึ่ง อนาคตของแผ่นดินสารขัณธ์จึงต้องฝากไว้กับเด็ก ๆ ในยุคนี้ ยุคที่เด็กวัยยังรุ่น ๆ อยู่ เด็ก ๆ ที่อยากจะแต่งให้เหมือนดาราเกาเหลาและดารา เอ วี ของญี่ปุ่น
บ้านเมืองนี้ไม่ใช่ Double standard ตามที่หลายคนกล่าวหา หากแต่มันเป็น Triple standard เพราะเมื่อความยุติธรรมกลายเป็น อยุติธรรม ผู้คนในดินแดนสารขัณฑ์จึงไม่สามารถนำเอา ธรรม มาใช้ ยุติ ความวุ่นวายในแผ่นดินได้ ณ เวลาหนึ่งไม่นานมา บรุษใหญ่แห่ง แมนซิตี้ พ่นลมปากออกมาว่า “ผมไม่ต้องการให้มือของผมเปื้อนเลือด” อา.. หรือว่าเลือดจะต้องทาแผ่นดินอีกครั้ง เมื่อเกย์เฒ่าถูกเมินจากทักกี้ ความอิจฉา อาฆาต ยอมแม้กระทั่งเผาบ้านตนเองเพื่อไล่คน ๆ เดียวออกไป เวลาผ่านไปทักกี้ก็ยังรวยเหมือนเดิม ศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักสำคัญของประชาธิปไตย กลายสภาพเป็นศาลเตี้ยที่ไม่มีกฏหมายใด ๆ ในพื้นโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้จะเสมอเหมือน อ้าวแล้วเรื่องที่อ้างว่าทักกี้มันโกงล่ะ ศาลไหนจะตัดสินได้
แผ่นดินนี้คงโดนสาบ เมื่อสังคมใดไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่ เมื่อนั้นผู้คนจะออกมาสู่ท้องถนนเอง กี่ครั้งที่เราแพ้ศึกเพราะเราขาดความสามัคคี ทหารกี่คนที่สังเวยชีวิตที่เนิน 1428 แต่ทหารวันนี้กลับกลายเป็นมารเขียว กลายเป็นสัญญลักษณ์ของความกระหายอำนาจ กระหายลาภ ยศ อา…ฤา ศักดินาจะไม่มีวันตายไปจากสังคมสารขัณธ์
เกย์เฒ่าผู้ซึ่งทนงตนว่ายิ่งใหญ่ อาศัยบ้านหลวง น้ำ ไฟ ฟรีมาทั้งชีวิต เกย์วิปริตที่อ้างฟ้ามาตลอด นี่ก็เป็นตัวอย่างอันดีของอมาตยา-ศักดินาธิปไตย ยังจะมีคุณสมบัติใด ๆ ที่จะนั่งอยู่ในตำแหน่งอันสูงส่งนั้นได้อีกหรือ
ขออวยพรให้ชาว นปก ทุกท่าน สามารถเอาชนะเผด็จการที่เป็นตัวแทนของกลุ่มอีแอบศักดินาให้ได้
แล้วคนธรรมดาอย่างผมจะไปนั่งอยู่กับพวกท่านอีกครั้ง หลังจากที่เพื่อนคนหนึ่งสังเวยชีวิตไปเมื่อพฤษภาครั้งก่อน คราวนี้คงถึงทีผมมั่ง แล้วเจอกันในนรกว่ะ
ครั้งหนึ่งกับชีวิตที่ดี เราเคยมีความฝันร่วมทาง
เพื่อนเอ๋ย เราสองต้องมาจากกัน แต่ความสัมพันธ์ไม่มีวันสลาย
ปิดฉากชีวิตลงตรงที่หมาย ของผู้กระหายสงคราม
ตาหลับลงตรงหลุมฝังกายผืนดินกลบหน้า ร่างแตกสลาย….
กลับกลายคืนสู่ดินแดนเดิม….
ที่มา: โลกมืด, ดอนผีบิน, 2535
อ่อ ขอแถมให้สาวกแฮร์รี่ พ็อตเตอร์อีกหน่อย สเนปตายครับ แฮร์รี่รอด (ฮ่า ๆๆ) ส่วน Dark lord ดับอนาถเพราะความ ปญอ. ของตัวเองครับ
เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 20, 2007
และแล้วพนักงานในกระทรวงยักษ์ตาเขียวก็ตาสว่าง…
หลังจากโดนแฮกเกอร์เข้าไปเปลี่ยนหน้าเวปไซด์เป็นรูปของทักกี้ได้ไม่นาน จอมมารเหม่งเจ้ากระทรวงก็สั่งให้ตามล่าแฮกเกอร์รายนี้ เวลาผ่านไปยังไม่ทันข้ามคืน มีข่าวกระเด็นจากวงในมาว่า พวกยักษ์ตาเขียวจอม block เวปรู้แล้วว่าแฮกแกอร์คนนั้นใช้ IP อะไร ว่ากันว่าภายหลังจากได้รับรายงาน ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยักษ์ตาเขียวก็หลุดปากออกมาว่า แฮกเกอร์ท่านนั้นใช้ IP 127.0.0.1
โอ้พระเจ้าทอดกล้วย…!!! แน่ใจน๊ะว่านั่นเป็นข้อมูลที่ได้รับรายงายมาถูกต้องแล้ว 5555 ผมนั่งหัวเราะอยู่นานจนเจ็บท้องเพราะ IP ที่ยักษ์ตาเขียวจับได้มันเอ้อ…. เฮ้อ… ง่าว แบบไม่มีที่ติจริง ๆ เว้ย… 555
เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 20, 2007
วันนี้กฏหมายดวงตาซอรัสก็ได้ฤกษ์หลุดออกมาจากครรภ์นางมารเขียวเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนเกย์เฒ่าหัวขาว ณ สี่เสาแล้ว ทีนี้ล่ะมึง ทุกข์ ยาก และความซวยจะไปเยือนทุก ๆ ท่านที่เป็นชาว cyber แห่งดินแดนสารขัณธ์ โดยที่ท่านไม่ได้เชื้อเชิญ ตัวกฏหมายนั้นมีใจความสำคัญ ๆ อยู่หลายมาตรา โดยนางมางเขียวให้เหตุผลสวยหรูตามแบบศักดินา(หน้าด้าน)ว่าจะเป็นการช่วยปกป้องผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อพวกสารเลวในแวดวง cyber อา…. ฟังดูช่างหอมหวานปานมะม่วงสุก แต่ช้าก่อนพี่ น้อง แท้จริงแล้วไอ้กฏหมายบัดซบตัวนี้นั้นมันได้ทำการกำจัดสิทธิลัเสรีภาพซึ่งถือเป็นพื้นฐานของโลก cyber จนหมดสิ้น ใจความทั้งหมดไปหาอ่านกันเอาเอง
แต่แล้วสวรรค์ก็มีตา เพราะวันนี้เองที่กระทรวงดวงตาซอรัสต้องอับอายขายหน้าทั้งปฐพี เมื่อไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเริ่มต้นวันแรกของการนำกฏหมายอยุติธรรมนี้มาใช้ หน้าของเวปไซด์ ict ก็ถูกเปลี่ยนเป็นภาพของทักกี้ ณ แมนเชสเตอร์ซิตี้พร้อมข้อความต่อต้านเผด็จการ 555 สมน้ำหน้ามัน (ดูภาพตัวอย่าง)
สาธุ ขอส่วนบุญส่วนกุศลที่ผมพอจะมี (ถ้ามันพอจะมีน่ะ) จงแผ่ไปถึงแฮกเกอร์รายนี้ด้วยเถิด สะใจโว้ย 555…
สงคราม cyber ระหว่าง ict ลูกจอมมารเขียว กับ เหล่านักรบใต้ดินอุบัทขึ้นแล้ว….
มีข่าวเล็ก ๆ อีกอันที่อยากให้ท่านลูกกระแป๋งเผด็จการทั้งหลายได้อ่าน
มีการเสนอให้เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัด” เป็น “ข้าหลวงประจำจังหวัด”นี่เป็นเรื่องราวที่ได้รับฟังมาจากกระดานสนทนาการเมืองชื่อเสียงโด่งดังของประเทศสารขัณธ์
เอาล่ะสิท่าน… นี่ประเทศสารขัณธ์นั้นเป็นได้ถึงเพียงนี้…!!! เมื่อศักดินาครองเมือง ประชาชนก็ต้องกลับกลายเป็นไพร่ เป็นทาส ตามที่ประเทศสารขัณธ์เคยเป็นมาเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา… โอ พี่ น้องครับ มันจะบ้า เฮี้ย ระยำ หน้ามืด ห่าราก อะไรกันได้มากขนาดนั้น งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยปีละเท่าไหร่ แต่นโยบายที่มึงคิดกันออกมาแต่ละอย่าง บัดซบมาก นี่มึงคิดว่าประชาชนอย่างกูจะต้องคลานศอกเข้าไปคุยกับพวกมึงเลยเหรอ น้ำหน้าอย่างพวกเสนาบ(เคย)ดีอย่างพวกมึงน่ะ ไม่โดนชาวบ้านเค้าลุกฮือกระทืบเอานั่นก็เพราะบุญของฟ้าที่ยังคุ้มครองประเทศสารขัณธ์นี่แหละพวกมึงเคยสำนึกไหม…..
ก่อนจบ
ถ้า Microsoft เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ วันดี คืนร้าย รถท่านเกิดอุบัติเหตุ สถานการณ์ช่วง เศษ 1 ส่วน 1000 วินาที ก่อนที่ถุงลมนิรภัยจะทำงานก็อาจจะเป็นแบบนี้
“ท่านแน่ใจไหมว่าต้องการจะให้แอร์แบกทำงาน?” Click “yes” to continue…
อาเมน แล้วคงได้เจอกันที่สุสาน
เขียนแล้วใน 0 or 1, Political bullshit... | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 16, 2007
เขียนแล้วใน Uncategorized | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 16, 2007
10 ข้อที่คุณควรรู้ก่อนที่จะใช้ Linux1.หากคุณคิดที่จะติดตั้ง OS ในตระกูล Linux โดยเฉพาะถ้าคุณเลือก Linux ที่ดัง ๆ มีชื่อเสียงสักหน่อย ก็น่าจะพูดได้ว่ามันควรจะเป็นการติดตั้งที่ง่าย ๆ แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการติดตั้ง Linux Base OS มาก่อน อาจจะพบปัญหาก็ได้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณตั้งค่าต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ OS นั้น ๆ กำหนดมา)
Linux OS หลาย ๆ ตัวนั้น มีการทำงานในแบบ Live CD อยู่ด้วย กล่าวคือ เมื่อท่าน boot เครื่องคอมของท่านขึ้นมา ท่านเพียงแค่ใส่แผ่น cd Linux นั้นลงไปแล้วสั่งให้คอมพิวเตอร์ boot จาก cd drive เท่านั้นเองท่านก็จะเข้าสู่โลกของ Linux ได้โดยไม่ต้องเสียเวลา install มันลงไปบน hard disk ของคุณ ลองทำอย่างนั้นดูก่อน ก่อนท่านจะตัดสินใจย้ายจาก windows ไปเป็น Linux ท่านอาจจะพบว่าการติดตั้ง Linux นั้น บางครั้งก็ยากมากหรือทำไม่สำเร็จเลยก็มี แต่เชื่อผมเถอะ โดยมากแล้วมันก็ง่าย ๆ ตามที่มันควรจะเป็นน่ะแหละ
2.ถ้าคุณต้องการติดตั้ง Linux คุณควรที่จะต้องศึกษาหรือทำความเข้าใจกับเรื่องของ partition เอาไว้บ้าง
เรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหามากนักในปัจจุบันสำหรับ Linux ที่มีชื่อเสียง หากแต่เราเชื่อว่า การที่คุณมีความเข้าใจในเรื่องของ partition นั้น มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณ
3. คุณต้องเรียนรู้การใช้คำสั่งผ่าน terminal หรือที่เรียกกันว่าใช้ command line (นึกภาพที่เราต้องสั่ง copy paste หรือ cut ด้วยการพิมพ์แบบสมัย dos น่ะครับ)
ไม่ต้องไปสนใจว่า GUI ของ Linux จะสวยงามแล้วใช้งานง่าย ๆ เหมือน windows ที่คุณใช้อยู่ทุก ๆ วัน ได้อย่างไร เพราะมันมีอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านจำเป็นจะต้องศึกษาการใช้งาน Linux นั่นคือ Linux ในรูปแบบของ บรรทัดคำสั่ง (command line) พวกเทพเพนกวินทั้งหลายมักจะชอบการทำงานในโหมดนี้ เหตุผลคงมีมากมายที่จะบอกท่านได้ว่าทำไมพวกเขาถึงชอบใช้บรรทัดคำสั่ง แต่เหตุผลหลักข้อหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่า ด้วยการทำงานในรูปแบบบรรทัดคำสั่งนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้ Linux โด่งดังได้จนทุกวันนี้
4. ถ้าคุณอยากได้เดสก์ท็อปเอฟเฟคแบบสวย ๆ เช่น จอที่หมุนไปมาเพื่อเปลี่ยนเดสก์ท็อปได้ คุณต้องนั่งศึกษามันหน่อย
หลาย ๆ คน คงนึกไม่ออกว่า desktop effect ใน Linux นั้นเป็นยังไง สวยขนาดไหน http://video.mthai.com/player.php?id=9M1171940075M0 http://techrepublic.com.com/5208-6230-0.html?forumID=102&threadID=220561&messageID=2222118
เข้าไปชมเองแล้วท่านจะเห็นภาพได้ชัดเจน แต่กว่าที่ท่านจะใช้งาน Linux desktop แบบนั้นได้ ท่านต้องลงมือศึกษาสักพักหนึ่งกว่าจะได้มันมา5.เออ… ใช่แล้ว โลกของ hardware บน OS แบบ Linux นี่ยังต้องการการพัฒนาส่วนนี้อีกมาก แล้วอีกเรื่องคือ hardware อาจจะทำงานได้ไม่สมบูรณ์ 100 % บน Linux
มันเป็นความจริงที่เจ็บปวดที่บริษัทผู้ผลิต hardware ชื่อดังหลายแห่ง ไม่มีการทำ driver สำหรับ Linux หลาย ๆ ท่านคงจะทราบดีว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานกับ hardware ต่าง ๆ
ได้ดีนั้น ต้องอาศัย driver จากผู้ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ แต่บน Linux นั้น
เรื่องของ driver ที่ขาดหายไปหรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิต ก็มักจะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ๆ เช่น hardware ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ 100% ตามที่มันควรจะเป็น
6.ถ้าคุณต้องการติดตั้งโปรแกรมที่อยู่นอกเหนือจากที่มีให้ในแหล่งโปรแกรมของ Linux นั้น ๆ คุณจะต้องลงมือค้นหาเอาจากแหล่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
โลกของเพนกวินนั้น หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีโปรแกรมที่ส่วนใหญ่ท่านสามารถใช้งานมันได้แบบฟรี โชคไม่ดีนักที่ Linux จากค่ายต่าง ๆ ก็มีโปรแกรมที่เลือกมาตามที่เห็นว่าเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภทอยู่แล้ว คำถามต่อมาก็คือแล้วถ้าท่านต้องการติดตั้งโปรแกรมอื่น ๆ เพิ่มเติมล่ะ คำตอบนั้นตอบได้ไม่ยากเลย ท่านสามารถติดตั้งมันเพิ่มเติมได้จากแหล่งติดตั้งโปรแกรมที่อื่น ๆ ที่อยู่ภายนอกจาก Linux ค่ายที่ท่านใช้งานอยู่ สิ่งที่ต้องทำคือ หามันให้เจอแล้วอ่านวิธีการติดตั้งเพิ่มเติม
7.บริษัทผู้ผลิต software ที่โด่งดังต่าง ๆ มักจะไม่สนใจพัฒนา software ของตนเองบน platform Linux
นี่คือปัญหาอีกข้อหนึ่งซึ่ง user ทั่ว ๆ ไป จนถึงระดับ power user จะพบว่าพวกเขาหาโปรแกรมที่มีความสามรถในระดับเดียวกับที่พวกเขาใช้บน windows ไม่ได้บน Linux มันก็ไม่จริงเสมอไป แน่นอนว่าโดยเริ่มต้นนั้น Linux ถูกนำมาใช้ในลักษณะของ Server มากกว่า stand alone หรือ personal computer ดังนั้นการพัฒนาในส่วนของโปรแกรมต่าง ๆ จึงดูน้อยไปสักหน่อย แต่ด้วยความพยายามของกลุ่มโปรแกรมเมอร์ทั่วโลก ก็ช่วยกันสร้างโปรแกรมดี ๆ มากมายที่พอจะเรียกได้ว่าไล่ตามความสามารถของโปรแกรมในระดับ enterprise ของ software ค่ายที่โด่งดังไม่ห่าง แถมบางโปรแกรมบน Linux ก็มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือเรียกได้ว่าดีกว่า (เพราะมันเป็นของฟรี) software ที่ทำงานบน windows ด้วยซ้ำไป ผมขอยกตัวอย่างสักโปรแกรมหนึ่งนั่นคือ VLC http://www.videolan.org/vlc/8. Linux ไม่ใช่ OS ที่อะไร ๆ ก็ง่าย ๆ
โลกของ Linux โดยมากจะเข้าใจกันว่ามันฟรี มีตัวเลือกมากมาย แต่สำหรับมือใหม่ของ Linux ท่านอาจจะคิดว่า แค่เริ่มต้นเลือกว่าจะใช้ Linux ค่ายไหนดีก็แย่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึง Gnome, KDE, XFCE.. (หลายท่านเริ่มมีคำถามว่ามันคืออะไร) นี่อีก มาถึงตรงนี้แล้ว ผมแค่อยากจะบอกกับทุกท่านว่า ใช้เวลาสักนิดในการศึกษาเรื่องของ Linux เมื่อท่านพอจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว ท่านจะรู้สึกรักเจ้าเพนกวินตัวนี้เหมือนกับผมก็เป็นได้
9.ใช้ Linux แล้ว บรรดา Virus, Trojan หรือ Spyware จะไม่สร้างปัญหาให้กับท่าน นั่นคือข้อเท็จจริง แต่ว่าแม้ในระบบ Linux ก็ยังต้องการการป้องกันเหมือนคอมพิวเตอร์ทุก ๆ เครื่องควรจะมีเช่นกัน
โดยมาก เหล่าเทพเพนกวินจะใช้แค่ Firewall เท่านั้นก็น่าจะพอเป็นเครื่องป้องกันข้อมูลภายในระบบ Linux แต่ถ้าท่านจะติดตั้ง Anti virus และอื่น ๆ ด้วย ก็จะช่วยให้ระบบที่มั่นคงมีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น
10.เจ้าเพนกวินที่เป็นตัวสัญลักษณ์ของ Linux นั้น มักจะเดาว่าท่านที่ใช้งานมันอยู่จะเป็นผู้ชำนาญในโลกของคอมพิวเตอร์
ก็ตามที่ผมพูดไว้น่ะแหละ เมื่อคุณเข้าใช้งานในระดับ admin ของระบบ Linux ก็คาดว่าท่านนั้นรู้ดีว่าท่านกำลังจะทำอะไรกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน รวมทั้งท่านรู้ว่าถ้าท่านทำอะไรผิดไปเช่นพิมพ์คำสั่งผิด ๆ ท่านก็รู้ว่าท่านกำลังผิด แม้นว่าท่านกำลังจะสั่งลบไฟล์ระบบสำคัญ ๆ อะไรบางอย่าง แต่โชคดีที่โดยมากแล้วเมื่อท่าน login เข้าใช้งานใน Linux ระบบมักจะกำหนดให้ท่านเป็น user ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า admin
มีเรื่องจริงอย่างหนึ่งที่เทพเพนกวินหรือผู้เชื่ยวชาญ Linux หลาย ๆ คนไม่เคยบอกกับท่านมาก่อนก็คือ
“Linux is for power users, and Windows is for n00bs”
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วน่าจะพอเดาได้ครับว่าตัวท่านเองอยากจะลองเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ Linux ดูบ้างไหม เพนกวินตัวนี้ไม่เลวเลยสำหรับใครต่อใครอีกหลาย ๆ คนที่พร้อมจะเรียนรู้มากกว่าการ click click …
Do you want to install this virus on your system? Please click “yes” to continue…ทั้ง 10 ข้อที่ผมกล่าวมานี้ขอยกเครดิตให้กับผู้เขียนตาม link ข้างล่างนี้ ผมเองแค่นำบางส่วนมาแปลแล้วใช้ภาษาที่มือใหม่แต่สนใจ Linux พอจะอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ๆ ท่านใดที่ไม่เป็นลมเวลาเห็นภาษาอังกฤษเชิญ click เข้าไปอ่านต้นฉบับได้เลยครับ
http://thinkthick.blogspot.com/2007/07/confessions-of-linux-fan-10-things-you.html
ฝากไว้ก่อนจะจบ
……แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ฝ่ายเสียงข้างน้อยจะต้องไปสนับสนุนให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญ เพื่อล้างอำนาจทักษิณด้วยกำลังทหาร
แม้ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลทักษิณก็ต้องเล่นกันตามกติกา
นั่นก็คือรณรงค์ให้ประชาชนเข้าคูหาไปกาบัตรตัดสินชี้ขาด เพื่อใช้วิถีทางประชาธิปไตยแก้ปัญหาให้ได้แบบยั่งยืนถาวร
ถ้ารัฐบาลทักษิณแพ้เลือกตั้งป่านนี้ปัญหาคงจบไปนานแล้ว
หรือหากฝ่ายค้านในอดีตไม่ทำตัวตกต่ำถึงขั้นไปเดินตามก้นเผด็จการต้อยๆ เพื่อหวังครองอำนาจทางลัด เช่นนี้ปัญหาก็จบเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามนั้น.
เครดิต จากไทยรัฐ
“เห่าดง”
ที่มา นสพ.ไทยรัฐ 12 ก.ค.2550
เขียนแล้วใน 0 or 1 | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 7, 2007
Digital Lifestyle และเหล้ายาดองกับผองเพื่อนเพลงเพื่อชีวิต
กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้เอง ผมเคยนั่งรอเวลาทุก ๆ สิ้นเดือนเพื่อที่จะไปซื้อแมกกาซีนเกี่ยวกับเพลงร็อคตามที่ตัวเองชอบ ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าศึกษางานเพลงและเรื่องราวของศิลปินที่ตนเองชอบ ในหนึ่งเดือนผมจะได้อ่านหนึ่งฉบับ จากนั้นก็เฝ้ารอว่าวงโน้น วงนี้ที่เราชอบกำลังจะออกเทปชุดใหม่ อือม์… เมื่อทราบความเคลื่อนไหวต่าง ๆ จากแมกกาซีนแล้วผมก็เฝ้ารอซื้อเทปที่จะเข้าเมืองไทย ก็ไม่นานมากคือช้ากว่าที่โน่นประมาณไม่เกิน 1 เดือนเป็นส่วนมาก ผมยังจำได้ถึงความรู้สึก ความคาดหวังที่จะเห็นปกเทป และรายละเอียดอื่น ๆ ตอนที่รออัลบั้ม Love at first string ของวง Scorpion จะวางตลาด… อือม์ เวลาผ่านไปอีกไม่นานนัก แมกกาซีนฉบับนั้นสาบสูญไปจากแผงหนังสือไปนานแล้ว รวมทั้งการรอคอยการออกอัลบั้มใหม่ ๆ ของศิลปินที่ผมชอบก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
วันนี้ ผมเพียงแค่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์แล้วก็อาศัยเครือข่ายใยแมงมุมที่เชื่องโยงคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน เพียงเท่านี้ผมก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหว รวมทั้งดาวน์โหลดเพลงมาฟังที่บ้านได้ภายในเวลาไม่กี่นาที โลกในยุคดิจิตอลช่างแตกต่างกับโลกในอดีตอย่างสิ้นเชิง ผมได้ดู MTV Icon ช้ากว่าที่ออกอากาศในอเมริกาเพียงช่วงข้ามวัน ได้เห็น Icon ของผมแบบเดียวกับที่คนในอเมริกาได้ชม ผมแปลงไฟล์คอนเสิรต์ให้เป็น mp3 แล้วยัดใส่ในเครื่องเล่นราคาพันกว่าบาท เท่านั้นโลกของเสียงเพลงก็จะตามคุณไปได้ทุกที่
หลายปีก่อน มีข่าวว่าจะมีการจัดคอนเสิรต์วงเมทัลระดับโลกซึ่งเป็นขวัญใจของผม ที่ผู้จัดสามารถจัดคอนเสิรต์ครั้งนั้นได้เพราะเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งคือ ยอดขายเทปของวงมีมากกว่า 100000 ตลับ (ลิขสิทธิ์) โอ้… 100000 ตลับในสมัยนั้นถือได้ว่าวงนั้นประสบความสำเร็จพอสมควรกับตลาดเทปเพลงสากลในประเทศสารขัณธ์ ถึงแม้ว่าคอนเสิรต์ในครั้งนั้นจะไม่น่าประทับใจนัก แต่มันก็ทำให้ผมได้เห็นลีลาของวงดนตรีโปรดของผมด้วยสองหู สองตาของผมเอง
สอง สามวันที่ผ่านมา ผมเดินตามห้างสรรพสินค้า ก็เจอเข้ากับ DVD Concert ของวงเมทัลที่ผมโปรดปราน โอ้แม่นางกางสุ่ย… เมื่อได้ฟังเสียงและเห็นภาพจากจอระดับ high end ในร้านค้า มันก็ทำให้ผมต้องควักเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อ DVD แผ่นนั้นกลับไปชมที่บ้าน
วันถัดมา เจอเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ ก็ได้ความว่า นายอึ่ง ยังคงเล่นดนตรีอยู่เหมือนเดิม เพลงเพื่อชีวิตแบบเดิม ตามผับเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าขี้เมา สอง สามโต๊ะ ผับนั้นก็สามารถอยู่รอดจากเศรษฐกิจยุค 21st century ได้ อึ่งไม่รีรอที่จะชวนผมไปแจมกีตาร์ด้วยแม้นจะรู้ว่า ผมออกห่างจากชีวิตนักดนตรีมานานแล้ว ผีถึงเมรุก็ต้องเผาฉันใดฉันนั้น ผมพบตัวเองยืนอยู่หน้าร้านเหล้าเล็ก ๆ ที่มีเพียงโหลยาดองโชว์ให้ลูกค้าเห็นตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าเข้าข้างในร้าน… อา.. บรรยากาศเก่า ๆ แบบนี้เองที่ผมไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว เพื่อนนักดนตรีของอึ่งอีกหนึ่งคนเดินเข้ามาทักทายกันตามประสาคนที่เคยอยู่บนเส้นทางเดียวกันมาก่อน
แหยม: “วันนี้ท่าทางจะสนุก มีมือกีตาร์สายร็อคมาแจมกัน ดีเหมือนกันน๊ะ เราก็เบื่อ ๆ กับเพลงที่เล่นวนไปวนมาทุกวันเนี่ย”
อึ่ง: “อือ… ก็คงได้เล่นคันทรีสากลกันมั่ง เพราะกบเค้าพอเล่นพวกนี้ได้”
ผมเองก็เริ่มรู้สึกสนุกไปกับสองคนนั้นด้วย แต่ก็ยังออกตัวว่า เราไม่ได้เล่นมานานแล้วน๊ะ ไว้เราแจมไปเรื่อย ๆ ก่อนละกัน เสียงพี่เอ๋ (เจ้าของร้าน) ตะโกนมาว่าพี่ขอ CCR ซักเพลงน๊ะ
กาแฟแก้วแรกของผมยังไม่ทันหมด อึ่งก็เรียกผมขึ้นไปแจมกันบนเวที ผมมองไปรอบ ๆ ตัวก็พบว่ามีลูกค้าอยู่สาม สี่คนเท่านั้น ทุกคนล้วนมีแก้วยาดองวางอยู่ข้างหน้า ผมเริ่มรู้สึกหวั่นใจว่า CCR ที่พี่เอ๋ขอไว้นั้น จะทำลายบรรยากาศ คืนรัง ของคาราวานที่แหยมเพิ่งร้องจบไปอย่างอดไม่ได้
เพลง Lodi จบลงไปแล้ว ผมมองเห็นลูกค้าท่านหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “เอาอีกน้อง พี่ขออีกเพลง ไม่ได้ฟังนานแล้ว..” ผมรู้สึกโล่งใจที่การเล่นเพลงสากลในผับยาดองไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับลูกค้าของร้านเท่าไหร่ แหยมกระซิบกับผมว่า “สงสัยพี่แกเป็นจิ๊กโก๋ยุค 60” อือม์ ที่แหยมพูดมาก็เป็นไปได้ เราเลือกเล่นเพลง sound of silent เป็นเพลงถัดไป แล้วผมก็ขอตัวลงมาเป็นคนฟังที่ดีอยู่ข้างล่าง
คุณลูกค้าท่านเดิมกวักมือเรียกผมไปนั่งเสวนาด้วย .ก็ดีเหมือนกัน ดีกว่านั่งหว่าวอยู่คนเดียว” ผมคิดอยู่แต่ในใจ
ผม: “สวัสดีครับพี่”
ลูกค้า: “เฮ้ย.. ทำไมไม่เล่นต่อล่ะ กำลังสนุกเลย นึกถึงวันเก่า ๆ”
ผม: “เกรงใจอึ่งน่ะครับ ให้บรรยากาศเพื่อชีวิตเดินต่อไปดีกว่าครับพี่”
ลูกค้า: “อือม์ ก็ดีเหมือนกัน ผมเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ มาที่นี่แทบจะทุกวัน เพราะเหล้ายาดองมันหากินยากแล้ว ที่มีอยู่โดยมากก็ไม่ใช่ส่วนผสมแท้ ๆ เท่าไหร่”
ผม: “ครับพี่” แล้วผมก็ขอตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะ
กาแฟแก้วที่สองเพิ่งหมดไป เสียงสไลด์กีตาร์แปลก ๆ ก็ดังขึ้นมา ผมเหลือบขึ้นไปบนเวทีก็เห็นอึ่งกำลังเอาขวดเบียร์ทำเป็นสไลด์แทนสไลด์ที่มีขายกันตามท้องตลาดตามสไตล์ที่เค้าถนัด ผมนั่งยิ้มอยู่ในมุมมืด อือม์… ความรู้สึกของเพลงเพื่อชีวิตมันเป็นแบบนี้ และมันก็จะเป็นแบบนี้อีกต่อไป เสียงกีตาร์โปร่งใสๆ รวมกับวิธีการร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเพื่อชีวิตมันให้ความรู้สึกที่ไม่เลวเลยสำหรับผมเองที่ไม่นิยมเพลงประเภทนี้เท่าไหร่
ผมบอกลาเพื่อนทั้งสองคนเพื่อเดินทางกลับบ้าน ผมมองย้อนกลับไปที่ร้าน เห็นลูกค้าสองสามคนกำลังก๊งยาดองพร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะลอยมาแว่ว ๆ.. ผมยัดหูฟังเครื่องเล่น mp3 ใส่หู พร้อมกับกด play เท่านั้นเองเสียง riff กีตาร์หนักปานขวานจามกะโหลกของเพลง master of puppets ก็เขย่าประสาทผมให้ตื่นตัวขึ้นมา.. มองกลับไปที่ผับ.. เพื่อนร่วมก๊งยังนั่งอยู่กันที่เดิม อา… วิญญาณของเสียงดนตรีตามผับ ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่วันเวลาของยุค digital life เท่านั้น ที่ทำให้มนุษย์เราก้าวห่างออกจากกันแล้วก็ห่างออกจากมันไปโดยไม่รู้ตัว
โลกสองโลกที่ขนานกัน ผมคงต้องนั่งคิดถึงธรรมชาติและวันเวลากับเพื่อนเก่า ๆ ในวันนี้ไปอีกนาน
จนกว่าจะมีคนที่สามารถเชื่อมโลกทั้งสองเจอกันได้ ผมคงจะมีความสุขมากกว่านี้ในโลกยุค DIGITAL นี้…
ก่อนที่ตาผมจะปิดลงเพราะความง่วง เสียงใครบางคนก็แว่วเข้ามา “คมช ออกไป…..”
เขียนแล้วใน Music.. | Leave a Comment »
แสดงความเห็นโดย nothingfix บน กรกฎาคม 1, 2007
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลกพระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆพระองค์เริ่มต้นด้วยการสร้างมหาสมุทร ทั้ง7 โดยการวางของวิเศษของพระเจ้าพระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดี คู่กันไปเพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใดสมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่าวางไว้ให้อเมริกาแล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วยเอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วยเอาขั้วแม่เหล็กโลกวางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้เอาเทือกเขาหิมาลัยให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึกแต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมดจึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากันคราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆทางแหลมอินโดจีนทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไปแต่ด้วยความที่เขาสูงมากเกี่ยวถุงของพระเจ้าขาดข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆเช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆอาหารอร่อยที่สุดในโลก ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเลก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมดว้า แย่แล้ว…..
พระเจ้า ทรงคิด ประเทศนี้ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้วพระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้วถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆจะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรมจะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่าประเทศอื่นๆได้ เมื่อทรงคิดได้เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆ พระองค์ก็เลยสร้าง คนไทยขึ้นมาถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหนไทยก็ไม่มีวันเจริญ..
ที่มา: เป็นข้อเขียนของใครก็ไม่ทราบครับ แต่ตอนนี้เครดิตต้องให้เป็นของคุณ MIMORU ครับ
เขียนแล้วใน Political bullshit... | Leave a Comment »